Vogue Thailand

LIFESTYLE

วิธีซักผ้าให้ถูกต้องตามชนิดผ้า เคล็ดลับดูแลเสื้อผ้าให้คงรูปทรงสวยยาวนาน

ซักผ้าแล้วหด สีซีด หรือเสียทรง ไม่ได้เกิดจากคุณภาพของเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิธีดูแลที่ไม่เหมาะสม บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีซักผ้าแต่ละชนิดที่ถูกต้อง เพื่อรักษาเนื้อผ้า สีสัน และรูปทรงให้คงสวยเหมือนใหม่

14 มิถุนายน 2569

     เสื้อผ้าทุกตัวที่เราเลือกซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นไอเท็มราคาหลักร้อยหรือชิ้นลงทุนที่อยู่กับเราได้หลายปี ล้วนต้องการการดูแลที่เหมาะสมไม่ต่างกัน เพราะต่อให้เป็นเสื้อผ้าคุณภาพดีเพียงใด หากซักผิดวิธี ก็อาจทำให้เนื้อผ้าหด สีซีด หรือเสียทรงเร็วกว่าที่ควรได้ ฉะนั้นการทำความเข้าใจวิธีซักผ้าให้เหมาะกับชนิดของเนื้อผ้าจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยรักษาความสะอาดแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานและคงความสวยของเสื้อผ้าไว้ได้นานขึ้น ในบทความนี้โว้กจะพาไปดูวิธีซักผ้าแต่ละประเภท พร้อมข้อควรรู้ก่อนเริ่มซักผ้าทุกครั้ง

 

Article

ก่อนซักควรทำอะไรบ้าง?

     ก่อนจะไปรู้ว่าผ้าแต่ละชนิดมีวิธีซักอย่างไร ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมก่อนนำลงเครื่อง เพราะหลายปัญหาที่ทำให้เสื้อผ้าสีตก หดตัว หรือเสียทรง มักเกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนนี้ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบและแยกประเภทเสื้อผ้าก่อนซัก จะช่วยให้เสื้อผ้าคงสภาพสวยได้นานขึ้น

  • อ่านป้ายสัญลักษณ์การดูแลเสื้อผ้าก่อนซัก เพื่อดูคำแนะนำเรื่องอุณหภูมิน้ำ วิธีซัก และการดูแลที่เหมาะกับเนื้อผ้าแต่ละชนิด
  • แยกผ้าขาว ผ้าสีอ่อน และผ้าสีเข้มออกจากกัน เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาสีตกใส่กัน
  • แยกผ้าหนาและผ้าบาง เพื่อลดการเสียดสีที่อาจทำให้ผ้าเสียหายหรือเสียทรง
  • กลับด้านเสื้อผ้าที่มีลายพิมพ์ งานปัก หรือสีเข้ม เพื่อช่วยรักษาสีและรายละเอียดบนเนื้อผ้า
  • รูดซิป ติดกระดุม และนำสิ่งของออกจากกระเป๋าเสื้อผ้าก่อนซัก เพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างการซัก
  • ใส่ถุงซักผ้าสำหรับผ้าเนื้อบอบบางหรือชุดชั้นใน เพื่อช่วยลดแรงดึงและการเสียดสี
  • ตรวจสอบและขจัดคราบสกปรกเฉพาะจุดก่อนซัก เพื่อให้คราบหลุดออกได้ง่ายขึ้น

 

Article

1. วิธีซักผ้าฝ้าย (Cotton)

     ผ้าฝ้ายเป็นหนึ่งในเนื้อผ้าที่พบได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หรือกางเกง โดยทั่วไปสามารถซักเครื่องได้ตามปกติ แต่ผ้าฝ้าย 100% อาจหดตัวได้เมื่อเจอความร้อนสูง จึงควรดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อช่วยรักษารูปทรงของเนื้อผ้า

วิธีซัก: ซักด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ, แยกผ้าสีเข้มและผ้าสีอ่อนก่อนซัก, กลับด้านเสื้อผ้าสีเข้มหรือเสื้อที่มีลายพิมพ์ก่อนซัก และตากในที่อากาศถ่ายเทสะดวก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ใช้น้ำร้อนกับผ้าฝ้ายที่มีโอกาสหดตัว, อบแห้งด้วยความร้อนสูง และใช้สารฟอกขาวกับผ้าสี

 

2. วิธีซักผ้าลินิน (Linen)

     ผ้าลินินเป็นเนื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติที่มีน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี และเหมาะกับอากาศร้อน แต่มีแนวโน้มยับง่ายและอาจหดตัวได้หากซักด้วยความร้อนสูง จึงควรเลือกวิธีซักที่อ่อนโยนต่อเส้นใยผ้า

วิธีซัก: ซักด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ, ใช้โปรแกรมซักแบบถนอมผ้า, ปั่นแห้งด้วยรอบต่ำ และรีดขณะผ้ายังหมาดเล็กน้อย

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ใช้น้ำร้อน, ปั่นแห้งด้วยรอบสูง และอบผ้าด้วยความร้อนจัด

 

3. วิธีซักผ้าเดนิม (Denim)

     ผ้าเดนิมหรือกางเกงยีนส์ไม่จำเป็นต้องซักบ่อยเกินไป เพราะการซักบ่อยอาจทำให้สีซีดและเนื้อผ้าเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ทุกครั้งก่อนซักควรกลับด้านผ้าเพื่อช่วยรักษาสีและลดการเสียดสีบนพื้นผิวผ้า

วิธีซัก: กลับด้านผ้าก่อนซัก, ซักด้วยน้ำเย็น, แยกซักจากผ้าสีอ่อนในช่วงแรก และตากในที่ร่มหรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ใช้สารฟอกขาว และอบผ้าด้วยความร้อนสูง

 

4. วิธีซักผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester)

     โพลีเอสเตอร์เป็นผ้าใยสังเคราะห์ที่มีความทนทาน ยับยาก และดูแลรักษาง่าย จึงนิยมใช้ในเสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อกีฬา และแอ็กทีฟแวร์หลายประเภท อย่างไรก็ตาม ความร้อนสูงอาจทำให้เส้นใยเสียรูปหรือเกิดรอยเงาบนเนื้อผ้าได้

วิธีซัก: ซักด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ, กลับด้านเสื้อผ้าก่อนซัก, ใช้น้ำยาซักผ้าทั่วไป และตากในที่อากาศถ่ายเทสะดวก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: อบผ้าด้วยความร้อนสูง, รีดด้วยอุณหภูมิสูง และใช้สารฟอกขาวโดยไม่จำเป็น

 

Article

5. วิธีซักผ้าไหม (Silk)

     ผ้าไหมเป็นเนื้อผ้าที่มีความเงางามและมอบสัมผัสนุ่มลื่น และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเส้นใยสามารถเสียหายได้จากความร้อน สารเคมีที่รุนแรง หรือการเสียดสี

วิธีซัก: ซักมือด้วยน้ำเย็น, ใช้น้ำยาซักผ้าสำหรับผ้าเนื้อบอบบาง, บีบน้ำออกอย่างเบามือ และตากในที่ร่ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ขยี้หรือบิดผ้าแรงๆ, ใช้น้ำร้อน และตากกลางแดดจัด

 

6. วิธีซักผ้าขนสัตว์ (Wool)

     ผ้าขนสัตว์เป็นเนื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นและมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บอุณหภูมิได้ดี แต่เส้นใยมีโอกาสหดตัวและเสียรูปทรงได้ง่ายหากซักไม่ถูกวิธี จึงควรดูแลอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

วิธีซัก: ซักด้วยน้ำเย็น, ใช้โปรแกรม Wool หรือซักมือ, ใช้น้ำยาซักผ้าสำหรับผ้าขนสัตว์ และตากแบบวางราบ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ใช้น้ำร้อน, บิดผ้าแรงๆ และแขวนตากขณะผ้ายังเปียก

 

7. วิธีซักผ้าเรยอน (Rayo)

     ผ้าเรยอนเป็นเนื้อผ้าที่มีสัมผัสนุ่ม พลิ้ว และสวมใส่สบาย แต่เส้นใยจะอ่อนแอลงเมื่อเปียกน้ำ จึงมีโอกาสหดตัวหรือเสียรูปทรงได้ง่ายหากซักไม่ถูกวิธี

วิธีซัก: ซักมือหรือใช้โปรแกรมซักแบบถนอมผ้า, ใช้น้ำเย็น, ปั่นแห้งด้วยรอบต่ำ และจัดทรงเสื้อผ้าก่อนตาก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: บิดหรือดึงผ้าแรงๆ, ใช้น้ำร้อน และปั่นแห้งด้วยรอบสูง

 

8. วิธีซักชุดชั้นในและเนื้อผ้าบอบบาง

     ชุดชั้นใน รวมถึงเสื้อผ้าที่ทำจากลูกไม้ ชีฟอง หรือผ้าเนื้อบาง ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเนื้อผ้าและโครงสร้างของเสื้อผ้ามีโอกาสเสียรูปทรงหรือชำรุดได้ง่ายจากแรงเสียดสีระหว่างการซัก

วิธีซัก: ใส่ถุงซักผ้าก่อนนำลงเครื่อง, ใช้โปรแกรมซักแบบถนอมผ้า หรือซักมือด้วยน้ำเย็น และตากในที่ร่ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ซักรวมกับผ้าหนา, ปั่นแห้งด้วยรอบสูง และบิดผ้าแรงๆ

 

ภาพ : Pexels (Tuan Phat Ho Huynh, Ron Lach, Yaroslav Shuraev)