มีเสื้อผ้าบางประเภทที่ผู้เขียนรู้สึกว่ายิ่งดูธรรมดา ยิ่งเลือกยาก ซึ่ง “เสื้อกล้าม” คือหนึ่งในไอเท็มนั้นแบบไม่ต้องสงสัยเลย เพราะตอนแรกผู้เขียนก็คิดว่า “เอ้า ก็เสื้อกล้ามเหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอ” แค่เสื้อแขนกุดที่มาพร้อมผ้าที่ยืดหยุ่นตัวหนึ่งจะต่างกันได้แค่ไหนเชียว จนกระทั่งวันหนึ่งลองหยิบเสื้อกล้ามของเพื่อนมาใส่ ทั้งที่ไซซ์ใกล้กันมาก แต่ภาพที่ออกมาคือคนละเรื่องเลย ตัวหนึ่งใส่แล้วไหล่ดูสวย คอดูยาว เอวดูชัด ส่วนอีกตัวใส่แล้วเหมือนกำลังจะไปนอนอยู่ห้องเฉยๆ
ตั้งแต่นั้นมาผู้เขียนเลยเริ่มเข้าใจว่า เสื้อกล้ามเป็นเสื้อที่จะดูดีก็ต่อเมื่อมันเข้ากับสัดส่วนจริงๆ เพราะมันไม่ได้มีการตกแต่งดีเทลอะไรเยอะแยะมากมายเพื่อช่วยเบี่ยงสายตา ไม่มีแขนเสื้อมาช่วยพรางต้นแขนและไม่มีเลเยอร์ซ้อนกันเพื่อช่วยสร้างรูปทรงที่น่าสนใจ ดังนั้นทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับทรงของเสื้อเป็นหลัก
วันนี้จึงอยากมาแชร์ทริกในการเลือกเสื้อกล้ามหลายหลายรูปแบบ ตั้งแต่คอเสื้อ ความกว้างของสาย ไปจนถึงเนื้อผ้า เพื่อให้สาวๆ สามารถหาเสื้อกล้ามที่สวยและเข้ากับรูปร่างตัวเองได้มากที่สุดกัน
เสื้อกล้ามที่ดีควรต้องช่วยเรื่อง “ช่วงลำตัว”
ก่อนเลือกเสื้อกล้าม สิ่งหนี่งที่ควรรู้และสำคัญมากก็คือคุณอยากให้ช่วงตัวเวลาใส่เสื้อกล้ามออกมาเป็นอย่างไร เพราะหลายคนซื้อเสื้อกล้ามตามเทรนด์ แต่ไม่เคยถามตัวเองเลยว่า จริงๆ แล้วอยากให้มันช่วยอะไร
อยากให้ดูตัวบางขึ้น? อยากให้ไหล่ดูสวย? อยากให้ลุคดูเซ็กซี่ขึ้น? หรืออยากได้ฟีลสาวยุค 90’s ที่เหมือนตื่นมา คว้าเสื้อใส่แล้วสวยเลย? เพราะเสื้อกล้ามแต่ละทรงมันทำงานต่างกันจริงๆ บางตัวทำให้ช่วงบนดูเปิดบางตัวช่วยดึงสายตาไปที่ไหล่ บางตัวทำให้เอวดูคอด แต่บางตัวก็สามารถทำให้ทุกอย่างดูตันพร้อมกันได้เหมือนกัน ถ้าเลือกผิด
ผู้เขียนเลยรู้สึกว่า การเลือกเสื้อกล้ามคล้ายการเลือกกรอบรูปให้ร่างกายมากกว่า มันคือการเลือกว่าจะ “เฟรม” ช่วงตัวเราออกมายังไง
Step 1: คอเสื้อ
เรื่องนี้คือจุดที่เปลี่ยนเกมที่สุดแล้วจริงๆ เพราะถ้าคุณเลือกคอเสื้อที่เข้ากับรูปร่างหรือช่วงอก มันจะช่วยยืดคอให้ดูยาวขึ้น ช่วงอกดูเปิดขึ้น และไม่ทำให้ดูตัน
-
คอ U หรือ Scoop
ถ้าอยากให้คอดูยาว ตัวดูโปร่ง คอเสื้อกล้ามที่สาวๆ ควรเลือกเป็นคอ Uเพราะนอกจากจะช่วยบให้ช่วงอกดูเปิดกว้าง ไม่ตัน ยังแมตช์ลุคง่ายมากอีกด้วย เพราะแค่ใส่กับสร้อยเส้นบาง หรือโอเวอร์ไซซ์เบลเซอร์ ลุคที่ได้ก็จะดูดีและเซ็กซี่ขึ้นทันที ในขณะเดียวกันก็ไม่เว้าลึกถึงอกจนดูโป๊เกินไป
-
เหมาะกับใคร

ภาพ: unsplash
-
คอ Crew หรือ Round
สำหรับคอ crew neck (Round) หรือที่เราเรียกกันว่าคอกลม จะเหมาะกับคนที่ช่วงไหล่แคบหรือคอยาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะคอทรงนี้จะค่อนข้างชิดกับช่วงลำคอและปิดช่วงอกไปเลย ซึ่งเวลาใส่ลุคจะดูเท่และสปอร์ตมากกว่าคอ U หรือ scoop neck แม้จะมีความใกล้เคียงกันในแง่ของความกลมตรงช่วงคอ
-
เหมาะกับใคร
Tips: ถ้าช่วงคอสั้นหรือช่วงบนค่อนข้างแน่นอยู่แล้ว เสื้อกล้ามทรงนี้อาจทำให้ดูอึดอัดขึ้นกว่าเดิม ควรต้องลองบาลานซ์กับทรงผมหรือเครื่องประดับช่วย

ภาพ: unsplash
-
คอ V
สำหรับคอ V จะเหมาะกับคนที่ช่วงไหล่กว้างและคอสั้น เพราะคอทรงนี้จะค่อนข้างเว้าลึก ซึ่งจะช่วยดึงสายตาไปสู่ช่วงอกมากกว่าแบบอื่นๆ จนทำให้ไหล่ดูสมมาตรขึ้น เช่นเดียวกับเพื่มพื้นที่ให้อกและคอไปพร้อมๆ กัน
-
เหมาะกับใคร
Tips: ถ้าเป็นคนที่หน้าอกใหญ่ ควรใส่เสื้อกล้ามทรงนี้อย่างระมัดระวังเพราะมีความเสี่ยงว่าอาจจะดูโป๊เกินไป ดังนั้นจึงควรหาหาตัวช่วยเสริม เช่น เทปหรือซิลิโคนปิดจุก และเสื้อชั้นในที่เก็บทรงอย่างดี

ภาพ: Magnific
Step 2: สายเสื้อ
• สายสปาเกตตี
สายสายสปาเกตตีจะมีลักษณะเส้นเล็กมาก คล้ายกับเส้นเชือกเลยก็ว่าได้ ซึ่งทรงนี้จะให้ฟีลเฟมีนีนและเซ็กซี่มากกว่าความสปอร์ต
- ข้อดี
- ข้อเสีย
• สายใหญ่
สำหรับสายใหญ่ขึ้นมาหน่อยจะบาลานซ์ช่วงบนได้ดีมาก และบางครั้งสายใหญ่กลับทำให้ดูผอมกว่า เพราะมันช่วยเฟรมช่วงไหล่กับต้นแขนให้ดูสมดุลขึ้น โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบสายใหญ่ปานกลางหรือmedium width ที่ไม่เล็กไป ไม่ใหญ่เกิน เพราะใส่ง่าย แมตช์ลุคง่ายเป็นพิเศษ
- ข้อดี
- ข้อเสีย
Step 3: เนื้อผ้า
หลายคนอาจสงสัยว่าเนื้อผ้ามันจำเป็นด้วยหรือในเมื่อมันเรื่องทรงของเสื้อมันสำคัญกว่า แต่จริงๆ แล้วเนื้อผ้ามันสามารถเปลี่ยนทั้งอารมณ์และรูปทรงของร่างกายได้เลย
โดยส่วนตัวผู้เขียนเคยซื้อเสื้อกล้ามราคาถูกมากตัวหนึ่ง ซึ่งตอนแขวนมันก็ดูดีมาก แต่พอใส่จริงแล้ว ผ้ากลับย้วยจนทุกอย่างดูไม่มีทรง แล้วลุคทั้งลุคก็ดูเหนื่อยทันที หลังจากนั้นเลยเข้าใจว่าเสื้อกล้ามที่ดูดีต้องคำนึงถึงเรื่องของเนื้อผ้าร่วมไปกับดีไซน์ด้วยเช่นกัน
• ผ้าฝ้าย
สำหรับผ้าฝ้ายโดยเฉพาะ Ribbed cotton ดีๆ จะช่วยเก็บทรงหรือส่วยที่หย่อนคล้อยได้ดี ในขณะเดียวกันเท็กซ์เจอร์แบบ Ribbed จะทำให้ลุคดูมีมิติ และแนบตัวแบบพอดีโดยไม่ดูรัดจนน่าอึดอัด

ภาพ: H&M
• ผ้าโพลีเอสเตอร์
ผ้าชนิดนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งจุดเด่นคือมันสามารถขยายได้ตามรูปร่างของผู้สวมใส่แต่ละคนได้ ขณะที่ข้อควรระวังคือมันจะไม่เก็บทรงสักเท่าไหร่ ออกจะไปทางรัดรูปเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นอาจจะไม่เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการพรางรูปร่าง
Tips: ควรระวังเสื้อกล้ามที่ผ้าบางเกินไป เพราะเวลาที่เจอแสงแดดจริงๆ มันอาจจะดูโปร่งมากจนเห็นเสื้อชั้นใน ซึ่งแทนที่จะดูเซ็กซี่มันอาจจะทำให้ดูไม่เรียบร้อยแทน ดังนั้นควรเลือกเสื้อกล้ามที่มาพร้อมน้ำหนักผ้านิดหนึ่ง และควรมีความทึบพอสมควร เพื่อให้ใส่แล้วรู้สึกว่ามันอยู่ทรงไปกับร่างกาย

ภาพ: H&M
Step 4: ความยาวของเสื้อกล้าม
มาถึงขั้นสุดท้ายในการเลือกเสื้อกล้ามที่ดีอย่างการเลือกความยาวเสื้อกล้ามแล้ว ซึ่งจุดนี้อาจจะไม่ค่อยเห็นคนพูดถึงมากนัก แต่มันก็สำคัญใช่ย่อย เพราะความยาวที่ต่างกันสามารถกำหนดลุคที่คุณต้องการได้เลย ไม่ว่าจะเซ็กซี่ สปอร์ต หรือแคชวล
• ครอปพอดีเอว
ความยาวระดับนี้จะช่วยให้ขาดูยาวขึ้นทันที โดยเฉพาะถ้าใส่กับกางเกงเอวสูง แต่ครอปที่ดีไม่จำเป็นต้องสั้นจนเห็นหน้าท้องทั้งหมดก็ได้ บางทีแค่จบตรงเอวพอดีก็สวยพอแล้ว

ภาพ: Magnific
• เลยช่วงเอว แต่เหนือสะโพก
ถ้าเนื้อผ้าไม่ดี มีโอกาสทำให้ช่วงตัวดูยืดโดยไม่มีส่วนโค้งเว้าได้ง่ายๆ ดังนั้นผู้เขียนมองว่าเสื้อกล้ามที่เลยช่วงเอวแต่เหนือสะโพกนิดหน่อยมันจะช่วยรักษาสัดส่วนของช่วงตัวได้ดีที่สุด
จากที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงไกด์ไลน์เล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้เขียนเชื่อว่าจะช่วยให้สาวๆ สามารถเลือกเสื้อกล้ามที่ใช่จริงๆ ได้ โดยที่คุณจะไม่ต้องมาคอยดึง คอยจัด หรือคอยกังวลว่าตรงนั้นจะโป๊ไปไหม ตรงนี้จะปลิ้นไปหรือเปล่า เรียกได้ว่าแค่เลือกเสื้อกล้ามให้เข้ากับร่างกายมันก็พร้อมจะทำให้คุณรู้สึกเบาสบายแล้เป็นตัวเองสุดๆ ในทุกครั้งที่หยิบมาสวมใส่แน่นอน

ภาพ: Istock
จากที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเพียงไกด์ไลน์เล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้เขียนเชื่อว่าจะช่วยให้สาวๆ สามารถเลือกเสื้อกล้ามที่ใช่จริงๆ ได้ โดยที่คุณจะไม่ต้องมาคอยดึง คอยจัด หรือคอยกังวลว่าตรงนั้นจะโป๊ไปไหม ตรงนี้จะปลิ้นไปหรือเปล่า เรียกได้ว่าแค่เลือกเสื้อกล้ามให้เข้ากับร่างกายมันก็พร้อมจะทำให้คุณรู้สึกเบาสบายแล้เป็นตัวเองสุดๆ ในทุกครั้งที่หยิบมาสวมใส่แน่นอน





