เพราะชีวิตต้องเจอความวุ่นวายมาทั้งวัน การได้กลับมาบ้านที่มีกลิ่นหอมในแบบที่เราเลือกเอง จึงกลายเป็นความสบายใจเล็กๆ ที่จะช่วยให้วันนั้นรู้สึกดีขึ้นได้ แม้ “กลิ่นหอม” จะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นก็ตาม แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้เพียงหายใจ และอีกนัยมันยังเป็นรูปแบบหนึ่งของการแต่งบ้านด้วย เพราะกลิ่นมีพลังในการปรับบรรยากาศให้ต่างออกไป ไม่ว่าจะสงบ สดชื่น หรืออบอุ่น สำคัญแค่การเลือกกลิ่นหอมให้ตรงจริต เพียงเท่านี้พื้นที่แห่งความสุขก็พร้อมรอต้อนรับ

1. กลิ่นซิตรัส (Citrus)
กลิ่นตระกูลซิตรัส อาทิ Lemon, Yuzu หรือ Bergamot เป็นกลิ่นที่ให้ความสดชื่น มีชีวิตชีวา เหมือนการเปิดหน้าต่างรับลมตอนเช้า มอบความรู้สึกโล่ง โปร่ง และช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัวได้ดีมาก เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงาน เพราะจะทำให้บรรยากาศดูสว่างขึ้น และอยู่ได้นานโดยไม่รู้สึกฉุน หากต้องการปรับ Mood ของบ้านให้ดูสดใสเหมือนรีเซ็ตวันใหม่ กลิ่นซิตรัสคือคำตอบ!
2. กลิ่นชาขาว (White Tea)
สปาหลายแห่งเลือกใช้กลิ่นชาขาว เพราะเป็นกลิ่นที่หอมสะอาดแบบนุ่มละมุน ไม่หวาน ไม่ฉุน และให้ความรู้สึกเหมือนพื้นที่ถูกรีเซ็ตให้สงบขึ้นในทันที เมื่อหยิบมาใช้ในบ้าน กลิ่นนี้จะช่วยปรับบรรยากาศให้ดูสะอาด เบาสบาย และเป็นธรรมชาติ เหมาะกับห้องนอน ห้องน้ำ หรือมุมพักผ่อนที่ต้องการกลิ่นหอมบางๆ ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

3. กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender)
ลาเวนเดอร์คือกลิ่นที่ขึ้นชื่อที่สุดเรื่องความผ่อนคลาย มอบความรู้สึกอ่อนโยนเหมือนห่มผ้านุ่มๆ เมื่อสัมผัสกลิ่นแล้วจะช่วยลดความคิดฟุ้งซ่าน ลดความตึงเครียด และทำให้จิตใจนิ่งลง จึงเหมาะมากสำหรับห้องนอนหรือพื้นที่ที่ต้องการบรรยากาศสงบก่อนพักผ่อน เพราะลาเวนเดอร์ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายลึกและเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเวลานอนหลับได้ดีขึ้น
4. กลิ่นผ้าสะอาด (Cotton / Linen Clean)
หากจะให้อธิบายว่ากลิ่นผ้าสะอาดเป็นอย่างไร ก็อยากให้นึกถึงผ้าที่เพิ่งซักเสร็จใหม่ๆ หรือผ้าห่มที่เพิ่งเก็บออกจากแดด เป็นกลิ่นแบบอากาศบริสุทธิ์ สะอาดๆ อุ่นนิดๆ สร้างความรู้สึกโฮมมี่ กลิ่นนี้สร้างความรู้สึกโล่งโปร่ง เหมือนห้องที่พึ่งจัดเสร็จใหม่ๆ เหมาะมากกับห้องนอนและห้องนั่งเล่น แต่จริงๆ แล้วสามารถวางได้ทุกพื้นที่ เพราะเป็นกลิ่นที่ค่อนข้างเป็นมิตร ใช้ได้ตลอดแบบไม่ขัดใจใคร
5. กลิ่นน้ำทะเล (Sea Salt / Marine)
กลิ่นน้ำทะเลเป็นกลิ่นที่มอบความสดชื่นแบบเบาและเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านมีอากาศไหลเวียนดีขึ้น แม้ในวันที่อากาศอบอ้าว พอได้กลิ่นนี้แล้วบรรยากาศจะโปร่งขึ้น โล่งขึ้น รู้สึกหายใจได้เต็มปอด เหมาะกับมุมอ่านหนังสือ ห้องนั่งเล่น หรือห้องน้ำ และยังเป็นกลิ่นที่เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบอะไรหวานๆ หรือไม่ชอบกลิ่นหนักๆ

6. กลิ่นวานิลลา (Vanilla)
วานิลลาเป็นกลิ่นที่หอมนุ่ม ให้ความรู้สึกอบอุ่น กลิ่นนี้จะช่วยให้บ้านดูกว้าง สว่าง นุ่มนวล เติมเต็มบรรยากาศ Cozy สบายๆ แต่ด้วยความที่วานิลลามีหลายโทน การเลือกกลิ่นให้เหมาะจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นหวานเลี่ยน ควรเลือกวานิลลาโทนอุ่นๆ ที่มีความละมุนมากกว่า ความหวานจะเบาลง ทำให้กลิ่นดูโตขึ้นและหรูขึ้น เหมาะกับห้องนั่งเล่น มุมทานข้าว หรือพื้นที่ที่อยากสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
7. กลิ่นแอมเบอร์ (Amber)
หากอยากเติมเต็มบ้านให้มีความหรูหรา กลิ่นแอมเบอร์คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างความนุ่มอุ่นของเรซินกับโทนหวานบางๆ แบบวานิลลา ทำให้บรรยากาศของบ้านดูแพงขึ้นทันทีโดยไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเติม แอมเบอร์เป็นกลิ่นที่ให้ความลุ่มลึก อบอุ่น และช่วยเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ เหมาะกับห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือมุมพักผ่อน เมื่อกลิ่นนี้อยู่ในห้อง จะทำให้พื้นที่รู้สึกสงบ นุ่ม และอบอุ่นขึ้น ถือเป็นกลิ่นที่ไม่เพียงหอมอย่างมีเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นกลิ่นที่ช่วยยกระดับบ้านเลยก็ว่าได้





