Healing book

LIFESTYLE

คัดมาแล้ว 5 เล่มหนังสือฮีลใจของปีนี้ที่ไม่ควรพลาดอ่าน

ใครกำลังหมดกำลังใจลองหยิบหนังสือเหล่านี้มาอ่านดู

09 ตุลาคม 2569

ผ่านมาครึ่งปีกว่าๆ แล้วใครที่รู้สึกท้อถอย เหนื่อยกายใจ รู้สึกท้อแท้ หรือกำลังกังวลกับการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต ลองหาเวลาว่างๆ หยิบหนังสือช่วยฮีลใจที่เราคัดมาให้แล้วอ่านดู เพราะมันอาจช่วยให้มีกำลังใจผ่านอีก 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ไปได้อย่างเข้มแข็งมากขึ้น

 

How to Be Okay When Nothing Is Okay

ใครที่กำลังวิ่งวนอยู่ในลูปที่ว่าชีวิตแม่งไม่โอเคแต่ก็ต้องอยู่ต่อ ลองหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา How to Be Okay When Nothing Is Okay ของ Jenny Lawson ที่ออกในปีนี้และขึ้นเป็น Instant New York Times Bestseller ทันที หนังสือเล่มนี้เป็นกึ่งประเภท memoir ที่ผสมคำแนะนำในการเล่าถึงการรับมือกับวันที่สมองรู้สึกไม่ไหวแล้ว หรือการเจอกับความกังวล ความรู้สึกหมดแรง และคำถามที่ว่าจะพยายามใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรดี โดยที่นักเขียนเองก็ไม่ได้มานั่งทำตัวเป็นกูรูสอนว่าต้องคิดบวกแบบไหน เพราะเธอไม่ได้จะสื่อว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่เป็นการบอกวิธีเอาตัวรอดประมาณว่า ถ้าวันนี้มันแย่ก็เอาตัวเองให้รอดวันนี้ก่อนก็พอ โดยเธอผสมผสานการใช้เซ้นส์ที่ขบขันเข้ามาช่วย เพื่อให้คนอ่านไม่รู้สึกกำลังถูกตัดสินนั่นเอง

Article

เครดิตภาพ: GoodReads

Joyful, Anyway

เล่มที่ตรงกับคำว่าหนังสือฮีลใจมากที่สุดเราเลือก Joyful, Anyway ของ Kate Bowler ที่ออกในปีนี้ 2026 ตัวหนังสือมาพร้อมกับมู้ดที่ว่าชีวิตเราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบถึงจะมีความสุขได้ โดยแนวคิดของหนังสือเล่มนี้น่าสนใจตรงที่ผู้เขียนแยกคำว่า happiness กับ joy ออกจากกัน มันเลยทำให้เราเห็นน้ำหนักและพลังของคำที่เราอาจยึดติดมากเกินไปในการใช้ชีวิต แก่นหลักของเรื่องคือคำถามว่าเราจะมีความสุขได้ไหม ในเมื่อชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวัง ผู้เขียนไม่ได้นำเสนอสูตรสำเร็จในการมีความสุข แต่ชวนมองหา joy เล็กๆ ท่ามกลางความไม่สมบูรณ์ ความผิดหวัง และความสูญเสีย ชวนให้เราขบคิดว่าเราอาจไม่ได้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบแต่ก็ยังมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่าชีวิตนี้ก็ดีเหมือนกันนะ

Article

เครดิตภาพ: GoodReads

 

The Correspondent

ส่วนใครไม่ค่อยชอบแนวแบบ self-help งั้นเรื่อง The Correspondent ของ Virginia Evans น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี เล่มนี้เป็นนิยายที่อ่านแล้วเหมือนกำลังฟังเรื่องราวของคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ โดยเล่าผ่านตัวเอกอย่าง Sybil หญิงวัย 73 ปี ที่ใช้ชีวิตผ่านการเขียนจดหมายถึงคนต่างๆ รอบตัว ทั้งลูกๆ นักเขียนที่เธอชื่นชอบ เพื่อนบ้าน หมอ และคนจากอดีต โดยเรื่องเล่าจะค่อยๆ แหวกทางเปิดเผยเรื่องหนึ่งในชีวิตที่เธอไม่กล้าส่งจดหมายเรื่องนี้ไปหาใคร เรื่องนี้ไม่ได้หมุนอยู่ในโลกของการสร้างแรงบันดาลใจ แต่พูดถึงความเสียใจ การให้อภัยตัวเอง ความสัมพันธ์ และความจริงที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องหยุดเปลี่ยนแปลง เพียงเพราะเราอายุมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เองยังคว้ารางวัล Women’s Prize for Fiction 2026 อีกด้วย

Article

เครดิตภาพ: GoodReads

 

The Let Them Theory

ขึ้นตำแหน่ง #1 New York Times Bestseller แทบจะทันทีและแม้จะไม่ใช่หนังสือที่ออกปี 2026 แต่ก็เป็นหนึ่งในหนังสือที่ถูกพูดถึงหนักมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา The Let Them Theory โดยผู้แต่ง Mel Robbins ให้มู้ดประมาณว่าช่างเขา แล้วใช้ชีวิตของตัวเราเองดีกว่า โดยมีแกนหลักง่ายๆ แค่สองคำคือ Let them และ Let me ซึ่งจะพูดถึงเรื่องการเปรียบเทียบตัวเอง การถูกคนอื่นตัดสิน ความสัมพันธ์ การทำตัวเป็น people-pleaser และการเสียพลังกายและพลังใจไปกับสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ หนังสือเล่มนี้จึงชวนทุกคนมาตัดวงจรของสมอง และให้ลองหยุดพยายามควบคุมว่าคนอื่นจะคิดอะไร จะเลือกอะไร จะชอบเราหรือไม่ชอบเรา แล้วหันกลับมาถามตัวเราเองว่าแล้วฉันจะเลือกทำอะไรกับชีวิตของฉันมากกว่า

Article

เครดิตภาพ: GoodReads

 

How to Start: Discovering Your Life’s Work

ส่วนใครที่ช่วงนี้ชีวิตเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนมากๆ ไม่รู้ว่าชีวิตการงานจะไปทางไหน How to Start: Discovering Your Life’s Work ของ Jodi Kantor ก็เป็นหนังสือฮีลใจได้ดี เล่มนี้เกิดจาก commencement speech ของผู้แต่งเจ้าของรางวัล Pulitzer และกลายเป็น Instant New York Times Bestseller ทันทีหลังออกในเดือนเมษายน 2026 เนื้อหาหลักคือคำถามประมาณว่าเราจะเริ่มต้นชีวิตการงานที่ใช่ได้อย่างไร ในโลกที่ทุกอย่างไม่แน่นอน แต่เมื่ออ่านลึกลงไปมันไม่ได้แตะผิวเผินแค่เรื่องการหางานเท่านั้น แต่พูดถึงการค้นหาว่าเราอยากใช้ความสามารถของตัวเองทำอะไร การเริ่มต้นใหม่จากเส้นทางอื่น และการที่เราไม่จำเป็นต้องมีคำตอบทั้งหมดก่อนถึงจะก้าวต่อไปได้ในอนาคต

Article

เครดิตภาพ: GoodReads

ภาพปก : Vogue Thailand