จากจินตนาการของ Jacques Guerlain สุคนธกรระดับตำนานชาวฝรั่งเศส ผู้เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของ Guerlain ที่ได้มองเห็นช่วงเวลาสั้นๆ อันแสนพิเศษ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างช่วงเวลากลางวันและกลางคืนที่ทั้งเงียบสงบและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์อย่าง ‘ช่วงเวลาสนธยา’ ช่วงเวลาแห่งแสงสุดท้ายของวันที่ค่อยๆ เลือนหาย ก่อนที่ผืนฟ้าจะฉาบตัวเองเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มเหนือกรุงปารีส สู่แรงบันดาลใจสำคัญในการรังสรรค์ L’Heure Bleue ขึ้นในปี 1912 น้ำหอมรุ่นตำนานที่สร้างชื่อให้กับ Guerlain อันสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญจากการสั่งสมมรดกแห่งการรังสรรค์น้ำหอมผ่านความผูกพันกับธรรมชาติ มรดกแห่งวัตถุดิบอันล้ำค่า และศาสตร์แห่งการปรุงน้ำหอม มาอย่างยาวนานกว่าสองศตวรรษ สืบทอดต่อกันมายาวนานติดต่อกันถึง 5 รุ่น ซึ่งเริ่มต้นขึ้นจากความเชี่ยวชาญในการคัดสรรวัตถุดิบ เรื่อยไปจนถึงศิลปะแห่งการสร้างสรรค์กลิ่นหอมแบบครบวงจร
ผ่านเวลามากว่าศตวรรษวรรษ Delphine Jelk ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์น้ำหอมของ Guerlain ได้หวนกลับไปสำรวจช่วงเวลาเดียวกันอีกครั้ง ผ่านมุมมองที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งอารมณ์และมนตร์เสน่ห์อันเป็นหัวใจสำคัญของ L’Heure Bleue พร้อมนำเอา “ไอริส” วัตถุดิบไฮไลต์อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ Guerlain ซึ่งต้องใช้เวลาวิจัยและพัฒนานานถึง 3 ปี มาถ่ายทอดในมิติใหม่ที่มีความสดชื่น โปร่งเบา และเปล่งประกายมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีคุณภาพให้ได้มากที่สุด โดยกลิ่นหอมจะเริ่มต้นด้วยการชวนให้นึกถึงความสดชื่นของอากาศในยามค่ำคืน ก่อนจะค่อยๆ เผยความนุ่มละมุนของไอริสและดอกส้ม และทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกอบอุ่นจากวานิลลา ทุกองค์ประกอบนี้ต่างเคลื่อนไหวไปด้วยกันอย่างนุ่มนวลและมีมิติ สะท้อนความลงตัวระหว่างความโปร่งเบาและความลุ่มลึก เช่นเดียวกับช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านจากช่วงกลางวันสู่ช่วงกลางคืนที่ไม่อาจหยุดนิ่ง
จากการเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ล่าสุดเรื่องราวของ L’Heure Bleue ที่ร่วมสมัยมากขึ้น ถูกนำมาถ่ายทอดอีกครั้ง ณ ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สถานที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ พร้อมด้วยอีเวนต์ครั้งสำคัญที่ทาง Guerlain ได้เทียบเชิญแขกคนสำคัญจากทั่วโลกให้เดินทางลัดฟ้ามาร่วมเฉลิมฉลองให้กับการกลับมาของน้ำหอมรุ่นใหม่อีกครั้ง นำโดยแขกคนสำคัญอย่าง Song Hye-Kyo นักแสดงหญิงมากความสามารถจากเกาหลีใต้ ร่วมด้วยแขกผู้มีชื่อเสียงคนอื่นๆ ทั้ง Gina Alice และ Catriona Gray ท่ามกลางบรรยากาศของค่ำคืนแห่งความอบอุ่น ที่เริ่มต้นจากค็อกเทลดินเนอร์บนระเบียงของ Cheval Blanc Palace ที่สามารถมองเห็น Pont Neuf สถานที่สำคัญทางประวัตคิศาสตร์ใจกลางกรุงปารีส ก่อนพาแขกรับเชิญคนสำคัญเดินทางเข้าสู่โลกของช่วงเวลาสนธยา Blue Hour เพื่อดำดิ่งสู่เรื่องราวเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟของน้ำหอม L’Heure Bleue ผ่านประสบการณ์ที่ออกแบบขึ้นเพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของน้ำหอมรุ่นใหม่นี้ในหลากหลายมิติ
แน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญของอีเวนต์ในครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นเวิร์กช็อปด้านกลิ่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ได้ Delphine Jelk ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์น้ำหอม และทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Guerlain เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าแขกคนสำคัญได้ทำความรู้จักกับน้ำหอมรุ่นนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ได้สัมผัสศาสตร์แห่งการปรุงน้ำหอมสุดประณีตที่อยู่เบื้องหลังผลงานเลอค่าชิ้นนี้ ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในอีเวนต์นี้เหล่าแขกผู้มีเกียรตยังจะได้สัมผัสกับประสบการณ์กับ La Réserve des Sublimes พื้นที่ที่ได้รวบรวมเรื่องราวและมรดกของ Guerlain ที่มีมานานกว่าสองร้อยปีผ่านคลังเอกสารและประวัติศาสตร์ของน้ำหอมระดับไอคอนิกที่ถูกจัดแสดงให้เหล่าผู้มาเยือนได้ร่วมดื่มด่ำ รวมไปถึงน้ำหอมรุ่นใหม่อย่าง L’Heure Bleue อีกด้วย
เมื่อใครก็ตามได้อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็คงจะไม่อาจปฏิเสธได้ว่า L’Heure Bleue น้ำหอมรุ่นไอคอนิกที่ถูกรังสรรขึ้นโดย Guerlain นั้น คงไม่ใช่แค่เพียงน้ำหอมดาษดื่นทั่วไป หากยังเป็นอีกหนึ่งในบทบันทึกทางประวัติศาสตร์แรงบันดาลใจของแบรนด์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และถูกนำกลับมาเล่าขานให้ผู้คนได้ชื่นชมครั้งแล้วครั้งเล่า

VOGUE MORE | 'หลิงหลิง-คอง' ชวนสัมผัสเรื่องราวของน้ำหอม 'Dior Paradise' ณ Château de La Colle Noire



.webp)

.webp)






















