สำหรับผู้เริ่มต้นเล่นกีฬากอล์ฟ หลายคนอาจจะโฟกัสไปที่ไม้กอล์ฟเสียมากกว่า แต่ยังมีอีกอย่างที่สำคัญมาก นั่นก็คือ “รองเท้ากอล์ฟ” ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่มีผลต่อสมรรถนะในการเล่นเกมโดยตรง ตั้งแต่การยืนให้มั่นคง การถ่ายน้ำหนัก ไปจนถึงความสม่ำเสมอของวงสวิง จึงไม่แปลกที่เหล่าโปรกอล์ฟระดับโลกจึงให้ความสำคัญกับรองเท้ากอล์ฟไม่แพ้ไม้ในถุง ในบทความนี้โว้กจึงขอพาไปสำรวจรองเท้ากอล์ฟที่เหล่าโปรต่างให้ความไว้วางใจ ว่ามีคู่ไหนจากแบรนด์ใดบ้างที่ถูกเลือกใช้ลงสนาม
1 / 6
1. Premiere Series Packard (ราคา 8,048 บาท)
รองเท้ากอล์ฟที่เป็นตำนานสุดคลาสสิกที่ได้รับความไว้วางใจจากนักกอล์ฟมาหลายต่อหลายรุ่น รุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับการเล่นในระดับแข่งขัน ดีไซน์มาในทรงรองเท้ากอล์ฟแบบดั้งเดิม ใช้หนังคุณภาพสูงที่ให้ความกระชับและทนทาน พื้นรองเท้าออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะที่มั่นคงและสม่ำเสมอในทุกจังหวะสวิง ทำให้รุ่นนี้ได้รับความนิยมในหมู่นักกอล์ฟอาชีพและผู้เล่นจริงจังมาโดยตลอด
2 / 6
2. Nike Air Zoom Victory Tour 3 (ราคา 6,600 บาท)
รองเท้ากอล์ฟที่เน้นสมรรถนะ พร้อมออกรอบตั้งแต่ฟ้าสาง ใช้เทคโนโลยี Zoom Air ช่วยรองรับแรงกระแทกและเพิ่มความสบายในการเดิน ขณะที่โครงสร้างรองเท้าให้ความกระชับและมั่นคงในจังหวะหมุนตัว แผ่นรองเต็มความยาวเท้าใต้ส่วน Air ช่วยให้ส่งแรงกลับได้มากขึ้น ส่วนปุ่มพื้นตะปูที่ช่วยการยึดเกาะดีเยี่ยมมในทุกสภาวะ ในด้านดีไซน์มาในลุคสปอร์ตพรีเมียม เส้นสายเฉียบคม ดูโมเดิร์นทันสมัย
3 / 6
3. Adidas Tour360 24 (ราคา 8,500 บาท)
รองเท้ากอล์ฟดีไซน์สปอร์ต เรียบโก้ เสริมภาพลักษณ์แบบนักกอล์ฟมืออาชีพ ด้านวัสดุระดับพรีเมียม อัปเปอร์ทำจากหนังกันน้ำคุณภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ 360Wrap ที่ช่วยเพิ่มการซัพพอร์ตและการยึดเกาะรอบเท้า พื้นรองเท้าผสานระหว่าง Lightstrike และ BOOST เพื่อรองรับแรงกระแทกและส่งแรงกลับได้ดีในทุกย่างก้าว เสริมด้วยแกน Torsion ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในจังหวะถ่ายน้ำหนักและการเหวี่ยงวงสวิง
4 / 6
4. G/FORE Gallivanter Pebble Leather Golf Shoe (ราคาประมาณ 7,000 บาท)
รองเท้ากอล์ฟรุ่นซิกเนเจอร์จาก G/FORE ที่โดดเด่นด้วยอัปเปอร์หนัง Pebble Leather ให้สัมผัสพรีเมียม ทนทาน และช่วยป้องกันความชื้นและระบายอากาศได้ดี ดีไซน์มาในทรงกอล์ฟแบบดั้งเดิมที่ใส่ง่าย และดูเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็น ขณะเดียวกันโครงสร้างพื้นรองเท้าออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะในสนามจริง ช่วยเสริมความมั่นคงในการยืนและการถ่ายน้ำหนักระหว่างสวิง รุ่นนี้จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้เล่นที่มองหาคู่เดียวที่บาลานซ์ทั้งสไตล์ลักซูรีและการใช้งานจริง
5 / 6
5. ECCO BIOM H4 BOA (ราคา 10,900-11,900 บาท)
รองเท้ากอล์ฟที่ตอบโจทย์นักกอล์ฟสายจริงจังที่เดินสนามบ่อย ต้องการความมั่นคง ความสบาย และสมรรถนะระดับแข่งขัน ถูกออกแบบมาช่วยให้เท้าวางได้มั่นคง ใกล้พื้น และไม่รู้สึกโคลงเคลงในจังหวะยืนหรือถ่ายน้ำหนัก ทำให้การสวิงดูนิ่งขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงเกร็งมาก พื้นรองเท้ายึดเกาะได้ดีทั้งตอนเดินและตอนหมุนตัว ด้านวัสดุใช้อัปเปอร์หนัง ECCO คุณภาพสูง พร้อมเทคโนโลยี GORE-TEX รุ่นนี้จึงเหมาะกับนักกอล์ฟที่อยากได้รองเท้าที่ใส่สบาย เล่นได้ยาวๆ แบบไม่รู้สึกล้า
6 / 6
6. PUMA IGNITE ARTICULATE (ราคา 2,000-3,000 บาท)
รองเท้ากอล์ฟที่เด่นเรื่องความสบายและคล่องตัว รองเท้าออกแบบมาให้ยืดหยุ่นเป็นพิเศษ ทำให้การเดิน การยืน และการหมุนตัวในจังหวะสวิงรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งหรือบล็อกการเคลื่อนไหว ดีไซน์โดยรวมมาในลุคสปอร์ตทันสมัย ดูไม่เป็นรองเท้ากอล์ฟทางการเกินไป แต่ยังให้การยึดเกาะและความมั่นคงเพียงพอสำหรับการเล่นจริงในสนาม รุ่นนี้จึงเหมาะกับนักกอล์ฟรุ่นใหม่ หรือมือสมัครเล่นที่ออกรอบซ้อมเป็นประจำ





