ช่วงเวลาที่เปลี่ยนผันไปตามยุคสมัย โลกของแฟชั่นก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บางเทรนด์ก็หมุนเวียนมาปรากฎให้เห็นซ้ำอีกครั้ง หรือมีการประยุกต์ให้ดูเหมือนสิ่งใหม่บ้างก็มี รวมถึงสไตล์ใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้นมาให้เห็นและตื่นเต้นกันอยู่ตลอด โดยเฉพาะสไตล์ของการแต่งตัวที่มีทั้งเก่า-ใหม่นำมาผสานให้เข้ากันอย่างลงตัว แน่นอนว่ามีสไตล์ใหม่เป็นจำนวนมากที่หลายคนอาจยังไม่รู้จักหรือเรียกชื่อกันไม่ถูก วันนี้โว้กจึงจะพาไปรู้จักศัพท์พื้นฐานเรียกชื่อสไตล์การแต่งตัวแต่ละแบบกันให้มากขึ้น ทั้งบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแต่ละสไตล์ให้เป็นที่รู้กัน
1 / 6
ภาพ: Getty Images
Sporty
อย่างแรกคือสไตล์สปอร์ต หรือที่เรียกว่า “Athleisure” จุดเด่นของสไตล์นี้คือการมิกซ์แอนด์แมตช์การแต่งตัวด้วยชุดกีฬา เช่น เลกกิ้ง Short Bike แจ็กเก็ตผ้าร่ม และสนีกเกอร์ เป็นต้น โดยเป็นสไตล์ที่ไม่จำเป็นต้องใส่ไปออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มลูกเล่นด้วยการแมตช์กับไอเท็มชิ้นอื่นได้อีกมากมาย และแต่งเป็นอีกลุคเท่ในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน
2 / 6
ภาพ: Getty Images
Street Style
ถัดมากับลุคสตรีตสไตล์ซึ่งเป็นแฟชั่นที่สนุกและไร้กรอบจำกัด เน้นแต่งตัวในแบบที่สะท้อนความเป็นตัวเองมากที่สุด ถือเป็นสไตล์ที่หยิบได้ทุกไอเท็มมาแมตช์ลุคได้อย่างอิสระ แต่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคงหนีไม่พ้นไอเท็มเสื้อยืด ฮู้ดดี้ Baggy Pants และสนีกเกอร์ โดยตัวอย่างของคนหนึ่งที่นิยามลุคสตรีตได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ Bella Hadid เธอมักจะปรากฏตัวในลุคสตรีตที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายไม่ซ้ำ จนถูกตั้งฉายาให้เป็นตัวแม่แห่งจักรวาลสตรีตสไตล์
3 / 6
ภาพ: Pinterest
Y2K
หากม่พูดถึงคงจะไม่ได้อย่าง Y2K สไตล์แฟชั่นในช่วงปลายปี ‘90s จนถึงช่วงต้นของปี 2000s เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างป๊อปคัลเจอร์ของชาวมิลเลนเนียลทำให้ต้นแบบของแฟชั่น Y2K เป็นแฟชั่นที่รวมเอาความสนุกในการแต่งตัวและความไร้ขีดจำกัดไว้ด้วยกัน ไอเท็มที่มักพบเห็นของสไตล์ Y2K นั้นมีอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อครอปท็อป เสื้อยืดสกรีนลายกราฟิก กางเกงเอวต่ำหรือกระโปรงยีนส์สั้น เป็นต้น โดยเสื้อผ้าจะค่อนข้างฉูดฉาดเพื่อเน้นความสนุกในการแต่งตัว
4 / 6
ภาพ: acubi-club
Acubi
“อะคุบิ (Acubi )” เป็นสไตล์ที่มีจุดเริ่มต้นจากเกาหลีที่ได้รับความสนใจไม่แพ้ Y2K โดยมองเผินๆ จะคล้าย Y2K แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่อะคุบิจะเป็นสไตล์ที่หยิบยืมแนวคิดแบบ Minimalist หรือความเรียบง่ายมาใช้ และเสริมด้วยสไตล์ของ Cyber Fairy Grunge เข้ามา มักใช้โทนสีคลาสสิกเช่น ขาว, ดำ, เบจ และเทา โดยไอเท็มในการแมตช์ลุคสไตล์อะคุบินั้นมีหลากหลายอย่างยกตัวอย่างเช่น เสื้อยืด กระโปรงสั้น เสื้อครอปท็อป และมักจะใช้เทคนิคการเลเยอร์ หรือหยิบใช้ไอเท็มที่เป็นผ้าตาข่ายมารังสรรค์ลุค
5 / 6
ภาพ: @for_everyoung10, @kirsh_official
Preppy
เพร็พพีสไตล์ (Preppy Style) เป็นสไตล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องแบบนักศึกษา มีต้นกำเนิดมาจากวัยรุ่นมหาวิทยาลัยในยุค 50s จุดเด่นคือการนำชุดลำลองและชุดกีฬามาสวมใส่ เช่น เสื้อโปโล เสื้อกั๊กสเวตเตอร์ คาร์ดิแกน และรองเท้าโบ๊ตชูส์ เป็นต้น แต่ปัจจุบันก็มีอีกสไตล์ที่คล้ายกันและเป็นที่นิยมอย่างมากคือ High School ที่ถอดสไตล์มาจากชุดนักเรียนไฮสคูลเกาหลี มักรังสรรค์ลุคด้วยเสื้อเชิ้ต เนกไท มินิสเกิร์ต ถุงเท้ายาว และรองเท้าโลฟเฟอร์ ทำให้ได้โททัลลุคที่น่ารักสดใส
6 / 6
ภาพ: Backgrid
Minimal
เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักสไตล์มินิมัลที่ก้าวเข้ามาเป็นกระแสหลักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นต้นแบบของการแต่งตัวสำหรับหลายๆ คน จุดเด่นของสไตล์นี้ก็ตามชื่อมินิมัล เน้นการสไตลิ่งไอเท็มต่างๆ ด้วยความเรียบง่าย โชว์ความน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ และมักคุมด้วยโทนสีพื้น เช่น ขาว ดำ น้ำตาล เทา รวมถึงสีเอิร์ธโทน เป็นต้น นับเป็นสไตล์ที่ไม่ว่าใครก็แต่งออกมาให้ดูดีได้ ที่สำคัญยังเหมาะกับทุกโอกาสอีกด้วย

รู้จักการแต่งตัวสไตล์ 'Monochrome' แฟชั่นที่ไม่เคยล้าสมัยและอยู่เหนือกาลเวลามาทุกยุค

เปิดวิธีแมตช์ลุค 'เสื้อเชิ้ตสีขาว' ในวันที่ไม่รู้จะแต่งตัวอย่างไรก็ยังมีไอเท็มชิ้นนี้ไว้กันตาย!



