ตอนนี้ใครๆ ก็อยากเป็นเด็กเจน Z กันทั้งนั้น ขนาดว่านักแสดงชาวอังกฤษอย่าง Robert Pattinson ที่อายุ 40 แล้วก็ยังดื้อดึงยืนยันหนักแน่นว่าตัวเองเป็นเด็กเจน Z แม้นักแสดงร่วมหนังเรื่องเดียวกันอย่าง Jennifer Lawrence จะเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ใช่ก็ตาม เพราะอะไรหน่ะหรือ ก็เพราะการเป็นเด็กรุ่นนี้มันเท่สุดๆ ไปเลยไงล่ะ ด้วยพวกเขามาพร้อมความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น เน้นเป็นตัวเองจัดๆ โอบรับความแตกต่าง และกล้าทำอะไรใหม่ๆ ที่สวนทางกับคนรุ่นอื่น จนหลายครั้งก็ถูกมองไปในทางที่ไม่ดีบ้าง แต่ความเป็นจริงแล้วในทุกๆ เจเนอเรชั่นก็ล้วนมีวิธีการมองโลกคนละแบบ วันนี้โว้กเลยอยากพาเข้าใจมุมมองและวิธีการใช้ชีวิตของเด็กเจน Z ที่เราเหล่ามิลเลนเนียลสามารถหยิบไปใช้ตามได้บ้าง
เด็กเจน Z มองความสุขเป็นจุดเริ่มต้น
หมดยุคที่ต้องมานั่งตรากตรำอดทนทำงานเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองแล้ว เพราะเด็กรุ่นนี้เขาเห็นความสามารถและคุณค่าในแบบของตัวเองมาตั้งแต่แรก ถ้าได้เงินเดือนเยอะแต่ต้องทำงานเลิกดึกทุกวัน หรือต้องสร้างฐานะทางสังคมที่พยายามปีนป่ายให้เป็นระดับ Manager หรือ Director พวกเขาขอเลือกเงินเดือนไม่มาก แต่ทำงานเสร็จแล้วมีแรงไปรันคลับ กลับบ้านไปเล่นแมว หรือเสาร์อาทิตย์ได้ไปร้านหนังสือดีกว่า ไม่ใช่ว่าความอดทนต่ำ แต่พวกเขามองไม่เห็นความสุขจากการต้องอดทน จนส่งผลเสียในอีกหลายด้านต่อชีวิตของตัวเอง เพราะชีวิตไม่ได้ตัดสินด้วยเงินเดือน หรือฐานะทางสังคม แต่เด็กรุ่นนี้เขาวัดกันที่เรี่ยวแรงในการใช้ชีวิต คุณออกไปทำกิจกรรมบ้างไหม คุณกินอะไรอร่อยๆ แล้วหรือยัง หรือคุณสร้างความสุขให้ตัวเองบ้างหรือเปล่า หลายครั้งก็น่าคิดว่าคนรุ่นอื่นโดยเฉพาะเจนมิลเลนเนียลอย่างเราๆ เคยมองหาความสุขให้ตัวเองบ้างไหม หรือมัวแต่กดดันตัวเองเพียงเพื่อให้ได้การยอมรับจากคนอื่นอีกทีนะ

เครดิตภาพ: Pexels/ Anna Shvets
เด็กเจน Z ไม่ชอบโลกสวยใส่ฟิลเตอร์
เราค่อนข้างชื่นชอบความตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งฟิลเตอร์ของเจน Z เหมือนกัน พวกเขาอยากทำอะไร อยากได้อะไร ก็จะลงมือทำเลยโดยไม่ต้องคิด ไม่ต้องอวย ไม่ต้องสาธยายให้มากความ ดูง่ายๆ อย่างแคปชั่นในแพลตฟอร์มโซเชียลมิเดียที่พวกเขาใช้ ก็มักจะเป็นเพียงคำสั้นๆ หรือบางครั้งใส่แค่ตัวเลขวันเดือนปีและอิโมจิเท่านั้นเป็นอันจบ อย่างโฆษณาแผ่นแปะแก้ปวดของ Tiger Balm ก็บอกเล่าง่ายๆ ได้ใจความว่า “ปวด = แปะ” เพียงเท่านั้น ตรงประเด็น ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องขายของยาวเหยียดบอกเล่าสรรพคุณมากมาย หรือจะเป็นแผ่นแปะสิวของแบรนด์ดัง Starface ที่เป็นผู้บุกเบิกเปลี่ยนปัญหาน่าหนักใจให้กลายเป็นเรื่องสนุก หยิบเอาแผ่นแปะสิวมาทำรูปดาวสีเหลืองเหมือนกับสติกเกอร์ลายน่ารักๆ ชวนมองเรื่องสิวให้เป็นเรื่องปกติเหมือนการสะสมสติกเกอร์ของเหล่ามิลเลนเนียล เพราะพวกเขาคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องแต่งหน้ากลบ หรือซื้อแผ่นแปะสิวสีเนื้อที่จะต้องกลืนไปกับผิว ก็แบบว่าเป็นสิวแล้วอย่างไร มันก็แค่สิวป่ะ
เด็กเจน Z มาพร้อมความกล้าแบบโปรแม็กซ์
คนรุ่นอื่นจนทุกวันนี้หลายคนยังไม่กล้ายกมือถามในห้องเรียนหรือที่ประชุมด้วยซ้ำ แต่เด็กเจน Z มักไม่กลัวที่จะลุกขึ้นปกป้องตัวเอง กล้าแสดงความคิดเห็นในห้องเรียน ที่ทำงาน ที่ประชุม หรือบนโต๊ะอาหารเพื่อโชว์ทัศนคติของตัวเองต่อหัวข้อสนทนานั้นๆ แม้จะไร้ประสบการณ์ในบางครั้งแต่การมีความคิดเห็นที่ต่างออกไป ย่อมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว “Nothing changes if nothing changes” อย่างนักแสดงรายได้มหาศาลซึ่งสวนทางกับอายุที่ยังน้อยของ Millie Bobby Brown เองก็ออกมาพูดเรื่องการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมอย่างเปิดเผย พร้อมรณรงค์เรื่องนี้อย่างชัดเจน หรือการโต้ตอบกลับการดูถูกของ Eileen Gu นักกีฬาสกีฟรีสไตล์ที่ครอง 6 เหรียญโอลิมปิกในอายุเพียง 22 ปี ในเรื่องของการได้มาซึ่งเหรียญเงินและเหรียญทอง หรือจะเป็นเจน Z ชาวไทยที่หันมาให้ความสนใจกับเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ และการเมืองอย่างเข้มข้นมากกว่าเมื่อก่อน
เด็กเจน Z ให้ความสำคัญกับงานศิลป์
เหตุและผลที่ทำให้เด็กเจน Z มีความคิดสร้างสรรค์กว่าใคร เพราะพวกเขาหมกหมุ่นกับงานศิลปะ เพลง หนัง และของเก่าที่คงความคลาสสิก ในขณะเดียวกันพวกเขาก็เกิดมาพร้อมฟังก์ชั่นการไถสมาร์ตโฟน และโต้อินเทอร์เน็ตได้เป็นเร็วกว่าคนยุคอื่น ทำให้พวกเขามีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า พอสองด้านนี้มาเจอกันทำให้เด็กเจน Z เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร มีไอเดียแปลกใหม่ กล้าคิดและกล้าที่จะแตกต่าง อย่างศิลปินนักร้องคนดัง Olivia Rodrigo ขวัญใจเด็กยุคนี้ก็ผสมผสานดนตรีเข้ากับแฟชั่นยุค Y2K ได้อย่างน่ามันเขี้ยว ส่วนวงน้องใหม่มาแรงฝั่งเคป๊อปอย่าง CORTIS ที่ทำเพลงเองผ่านโปรแกรมในแลปท็อปและเจนจัดเรื่องเอกลักษณ์ทางด้านแฟชั่น ก็โดนชมบ่อยๆ ว่าเด็กสมัยนี้มันเก่งจัง

'Olivia Rodrigo' ตอบกลับดราม่าชุด Babydoll Dress สังคมกำลังมองเรื่องใคร่เด็กเป็นเรื่องปกติ
สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟ 'Millie Bobby Brown' และ 'Noah Schnapp' สองนักแสดงจาก Stranger Things



