“สุขภาพกายและสุขภาพใจเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ การช่วยให้ผู้รับบริการมี ‘ความมั่นใจในตัวเอง’ มากขึ้นถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิต เมื่อพวกเขามองกระจกแล้วรู้สึกดีกับตัวเองก็จะเกิดพลังบวก และพลังตรงนี้จะส่งผลต่อการใช้ชีวิต หน้าที่การงาน และความสัมพันธ์ ทำให้หมอมีความสนใจในศาสตร์ของความงาม เพราะมองว่าคือการผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อเสริมให้แต่ละคนดึงเวอร์ชั่นที่ดียิ่งขึ้นของตัวเองออกมา”
คำอธิบายนี้ไม่ได้เป็นเพียงเหตุผลที่ 'หมอแตงกวา-พญ.พิมพ์ย่า บุณยทุมานนท์' ว.58249 หนึ่งในทีมแพทย์จากกังนัมคลินิกตัดสินใจเลือกเดินทางในสายอาชีพแพทย์ความงามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงมุมมองต่อคำว่า 'การเสริมความงาม' ในมิติที่ไม่ได้มุ่งเปลี่ยนแปลงให้ใครสักคนกลายเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เป็นการสนับสนุนให้คนคนหนึ่งรู้สึกมั่นใจ และสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่
ทว่าก่อนที่ความมั่นใจจะเกิดขึ้น กระบวนการสำคัญเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียกว่า 'การหาจุดสมดุล' ซึ่งเป็นคำตอบของสิ่งที่หลายๆ คนตั้งคำถามที่ว่า “การดูแลผิวที่ดีควรเริ่มต้นจากอะไร?” และ “แพทย์มีบทบาทอย่างไรในการออกแบบการดูแลผิว?”

'หมอแตงกวา-พญ.พิมพ์ย่า บุณยทุมานนท์' ว.58249
โดยหมอแตงกวาให้มุมมองไว้ว่า จุดเริ่มต้นของการหาสมดุลคือ 'การพูดคุย' เพื่อหาความกังวลของผู้รับบริการ ขณะเดียวกันเราก็ต้องประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียดทุกมิติควบคู่ไปด้วย เพราะหน้าที่สำคัญของหมอคือ การหาตรงกลางระหว่างสิ่งที่ 'ผู้รับบริการต้องการ' กับสิ่งที่ 'เหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายตามหลักการแพทย์' เมื่อเจอกึ่งกลางที่พอดีหมอจึงสามารถเลือกเครื่องมือหรือเทคนิคที่สอดคล้องกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติแล้ว ยังตั้งอยู่บนมาตรฐานของความปลอดภัยอีกด้วย
แนวคิดนี้ยังสะท้อนภาพของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างมีความเข้าใจมากขึ้น แตกต่างจากในอดีตที่มักมองความงามเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในระยะสั้น
“ในอดีตหลายคนอาจมองการเสริมความงามเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดแบบเร่งด่วน แต่ปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลผิวมากขึ้น โดยมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง” ด้วยคำตอบดังกล่าวของหมอแตงกวาจึงทำให้ไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่าแนวคิด 'สวยอย่างยั่งยืน' จะเข้ามามีบทบาทแทนแนวคิด 'สวยอย่างรวดเร็ว' ที่เคยเป็นที่นิยมอย่างมากในยุคก่อน

เพื่อที่จะได้เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดียิ่งขึ้น คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพผิวในระยะยาว ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และผลลัพธ์ที่มีความเป็นธรรมชาติ โดยมองว่าการดูแลความงามไม่ใช่การทำทรีตเมนต์เพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการเดินทางระยะยาวที่มีการวางแผนดูแลผิวอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ หรือที่เราเรียกกันว่าแนวคิด Aesthetic Lives หรือความสวยอย่างยั่งยืน ซึ่ง Galderma ผู้นำด้านเวชศาสตร์ผิวพรรณเป็นผู้ให้นิยามแนวทางดูแลผิวนี้
หากขยายความให้เข้าใจมากขึ้น การดูแลความงามตามแนวคิด Aesthetic Lives นั้น ไม่ได้หมายถึงแค่การ 'ดูดี' ภายนอก แต่คือการดูแลตัวเองอย่างสมดุล ทั้งในมิติของผิวพรรณ สุขภาพ และความรู้สึกจากภายใน แนวคิดนี้สอดคล้องกับเทรนด์ความงามอย่าง 'Clean Girl Look' และ 'Natural Glow' ซึ่งเป็นเทรนด์ความงามที่ไม่ได้ยกย่องความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ หากแต่ให้คุณค่ากับผิวที่เป็นธรรมชาติ ผิวดูสุขภาพดี สมวัย และสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของแต่ละคน

เทรนด์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับผิวจริงของตัวเองมากขึ้น ไม่เน้นการใช้เครื่องสำอางในการปกปิดผิวจริง หรือกลบทุกรอยบนใบหน้าให้เรียบเนียน แต่ว่าอยากจะสวยมาจากผิวที่มีสุขภาพดีจริงๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อความคาดหวังเปลี่ยนไป หลายคนจึงเริ่มหันมาทำความเข้าใจกับปัญหาของผิวมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องผิวดูเหนื่อยล้า ผิวที่เริ่มขาดความกระชับหรือเสื่อมสภาพตามวัย ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถเผยผิวสวยแบบเป็นธรรมชาติได้อย่างมั่นใจ
“ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการสูญเสีย Collagen และ Elastin ในผิวเมื่อเราอายุมากขึ้น การดูแลจึงมักใช้แนวทางแบบผสมผสาน (Combined Therapy) หรือการพิจารณาเลือกใช้เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มต่างๆ โดยคำนึงถึงการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล”
เธออธิบายเพิ่มเติมว่า แนวทางการดูแลผิวในแต่ละด้านมักอาศัยการดูแลแบบผสมผสาน โดยอาจเริ่มจากโปรแกรมที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ การใช้โปรแกรมกลุ่ม Regenerative Biostimulator ร่วมกับการเลือกใช้สารเติมเต็มในกลุ่ม Hyaluronic Acid ที่มีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นและความคงตัวที่แตกต่างกัน เพื่อสนับสนุนโครงสร้างผิวในระดับต่างๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
1 / 2
2 / 2
ส่วนโปรแกรมการดูแลผิวด้วยสารเติมเต็มในกลุ่มที่เน้นการดูแลสภาพผิวหรือการเพิ่มความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นผิว (Skin Quality) มีส่วนช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและอิ่มน้ำอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงช่วยปรับสภาพผิว จึงเป็นทางเลือกในการดูแลบำรุงผิวที่ดูอ่อนล้า โดยแพทย์จะเป็นผู้ออกแบบการดูแลความงามแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ให้เหมาะกับสภาพผิว ปัญหา และความต้องการของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย
โดยแนวทาง Combined Therapy ของกังนัมคลินิกมาจากการหลอมรวม 'ศาสตร์ความงามแบบเกาหลี' ที่เน้นงานผิวที่แลดูสุขภาพดีจากภายในเข้ากับ 'ความเข้าใจต่อสภาพผิวของคนไทย' จึงไม่แปลกหากกังนัมคลินิกจะเข้าใจและมุ่งเน้นการดูแลผิวพรรณด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ตามสภาพปัญหาผิวเฉพาะบุคคล ทว่าสิ่งที่หมอแตงกวามองว่าเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้เข้ารับบริการที่กังนัมคลินิก ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือ 'ความซื่อสัตย์' และ 'การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง'
โดยเธออธิบายว่า 'ความซื่อสัตย์' ในมุมมองของกังนัมคลินิกหมายถึงการคัดเลือกโปรแกรมหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิกด้วยกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัยเป็นสำคัญ ดังนั้นผลิตภัณฑ์จะต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. หรือ U.S. FDA มีงานวิจัยรองรับด้านความปลอดภัย และมาจากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือระดับสากล
ขณะที่ 'การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง' หมายถึงการที่คลินิกให้ความสำคัญกับการอัปเดตองค์ความรู้ทางการแพทย์ ตั้งแต่การเสริมความรู้ภายในองค์กร การสนับสนุนทีมแพทย์ของคลินิกผ่านการอบรมเทคนิคการรักษาที่ทันสมัย ตลอดจนเข้าร่วมกับโปรแกรมพัฒนาทักษะ GAIN (Galderma Aesthetic Injector Network) แพลตฟอร์มที่รวบรวมความรู้และการพัฒนาแพทย์ด้านความงามที่จัดสัมมนาวิชาการอัปเดตความรู้ในหลากหลายหัวข้อ ซึ่งจัดตั้งโดยพาร์ตเนอร์สำคัญอย่าง 'กัลเดอร์มา'

“ทัศนคติเรื่องความงามของกังนัมคลินิกกับกัลเดอร์มาไปในทางทิศทางเดียวกัน คือ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้รับบริการแบบองค์รวมตามแนวคิด Aesthetic Lives ที่เน้นการวางแผนดูแลผิวอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอร่วมกับแพทย์ พร้อมดูแลผิวอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ”
ในขณะที่ปัจจุบันผู้คนสามารถเข้าถึงสกินแคร์และข้อมูลด้านความงามได้มากขึ้น การดูแลผิวด้วยตัวเองจึงกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นเช่นกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ 'บทบาทของแพทย์ความงาม' จะเข้ามาช่วยต่อยอดการดูแลผิวในด้านใด และการดูแลร่วมกับแพทย์จะช่วยเติมเต็มการดูแลผิวให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นได้อย่างไร?
“ผิวมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะปัจจัยเรื่องอายุ ความเครียด หรือว่าฮอร์โมนต่างๆ แพทย์จึงยังคงมีบทบาทสำคัญในแง่ของการประเมิน วางแผน และติดตามผลอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนแผนการดูแลผิวหรือเลือกใช้เทคโนโลยีให้มันสอดคล้องกับปัญหา ณ เวลานั้น และที่สำคัญที่สุดคือการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้รับบริการเอง”
ตลอดการสนทนา หมอแตงกวาเปิดมุมมองมากมายที่เธอมีต่อวงการที่เธอนิยามว่าเป็นดั่ง “การผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์” ซึ่งคำตอบเหล่านั้นคือการตกตะกอนรวมกันระหว่างทฤษฎีที่ร่ำเรียนมา ตลอดจนประสบการณ์ทำงาน หากแต่ประโยคสุดท้ายที่เธอเลือกฝากไว้ให้คนที่อยากเริ่มดูแลผิวแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรกลับเรียบง่าย และเริ่มได้เพียงแค่เข้าใจตัวเองเสียก่อน
“หมอคิดว่าคุณต้องมีทัศนคติที่ดีในการดูแลตัวเองก่อน อันดับแรกต้องใส่ใจตัวเอง สํารวจว่าตัวเองมีปัญหาอะไร มีความกังวลเรื่องอะไร และตั้งเป้าหมายว่าจะดูแลตัวเองโดยเน้นเรื่องความธรรมชาติและความปลอดภัย และเวลาเลือกคลินิกหรือโปรแกรมควรพิจารณาจากมาตรฐาน รวมถึงการให้ความสำคัญกับการปรึกษาจากแพทย์โดยตรง เพื่อให้แพทย์ประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล”

สัมผัสนิยาม 'Core Beauty' ความงามในมิติที่ลึกซึ้งกว่าภายนอกจาก Menarini Thailand
EDITOR'S VIEW EP.9 | เจาะลึกมุมมอง พร้อมเซ็ต Beauty Standard ใหม่ ไปพร้อมกับ ‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’



.jpg)