หลายคนชอบไปเที่ยว “ตลาดน้ำ” เพราะนอกจากจะได้ลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นและเลือกซื้อสินค้าจากชุมชนแล้ว แต่ยังได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำผ่านบ้านเรือน ร้านค้า และการสัญจรทางเรือที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ฉะนั้นหากช่วงนี้ใครกำลังค้นหา “ตลาดน้ำใกล้ฉัน” อยู่ล่ะก็ ต้องบอกว่ามาถูกที่แล้ว เพราะบทความนี้โว้กได้รวบรวมตลาดน้ำน่าเที่ยวหลากหลายบรรยากาศ ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ให้เลือกปักหมุดตามสไตล์ ไม่ว่าจะอยากออกไปตระเวนชิมของอร่อย นั่งเรือชมสองฝั่งคลอง หรือใช้เวลาชมเสน่ห์ของชุมชนริมน้ำ

1. ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
ตลาดน้ำแห่งนี้เหมาะกับคนที่ยอมตื่นเช้าในวันหยุดเพื่อหามื้ออร่อยให้ตัวเอง เพราะพื้นที่ริมคลองแห่งนี้รวบรวมอาหารคาวหวานไว้แน่นจนการเลือกว่าจะเริ่มกินจากร้านไหนอาจกลายเป็นเรื่องยาก ตั้งแต่อาหารทะเลย่างร้อนๆ ก๋วยเตี๋ยว ขนมไทย ไปจนถึงผัก ผลไม้ และผลิตผลจากสวนของคนในชุมชน
แม้ตลาดจะขยายออกเป็นหลายโซนและมีผู้คนคึกคัก แต่บรรยากาศโดยรอบยังหลงเหลือความร่มรื่นของสวนฝั่งธนฯ ให้สัมผัส โดยสามารถลงเรือเที่ยวคลอง ชมบ้านเรือนและวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำ เติมมิติของการมาเที่ยวตลาดให้มากกว่าการแวะซื้อของแล้วกลับ เหมาะสำหรับทริปสั้นๆ ที่อยากกินให้อิ่ม เดินให้เพลิน และเปลี่ยนบรรยากาศโดยยังไม่ต้องออกไกลจากกรุงเทพฯ
เวลาทำการ: ตลาดเปิดวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00–17.00 น.
2. ตลาดน้ำตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
ตลาดน้ำที่จะได้ใกล้ชิดสายน้ำจริงๆ เพราะมีแพขนาดใหญ่ริมคลองชักพระ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับนั่งกินอาหารท่ามกลางลมที่พัดผ่านผิวน้ำ รอบแพมีเรือของพ่อค้าแม่ค้าเทียบขายอาหาร ทั้งก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเลย่าง และของกินพื้นบ้าน
ตัวตลาดมีขนาดไม่ใหญ่มากจึงเดินได้ทั่วโดยไม่เหนื่อย ระหว่างทางมีทั้งผลไม้จากสวน ต้นไม้ งานหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์จากชุมชนให้เลือกซื้อ หากยังมีเวลาสามารถต่อด้วยการนั่งเรือชมวิถีชีวิตริมคลอง เปลี่ยนทริปกินของอร่อยให้กลายเป็นการสำรวจอีกด้านของกรุงเทพฯ ที่ยังผูกพันกับสายน้ำอยู่
เวลาทำการ: ตลาดเปิดวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00–17.00 น.

3. ตลาดน้ำอโยธยา พระนครศรีอยุธยา
ตลาดน้ำแห่งนี้เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวบรรยากาศแบบย้อนยุค เพราะพื้นที่กว่า 80 ไร่ได้รับการออกแบบให้จำลองบรรยากาศสมัยกรุงเก่าผ่านเรือนไทย ทางเดินไม้ และร้านค้าที่ตั้งเรียงรายรอบผืนน้ำ ผู้มาเยือนขะได้เข้าไปสัมผัสภาพของอยุธยาในรูปแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เดินเที่ยวได้ภายในพื้นที่เดียว
นอกจากชิมอาหารไทยและเลือกซื้อของฝากแล้ว ยังมีกิจกรรมอย่างการนั่งเรือชมตลาด การแสดงพื้นบ้าน และละครอิงประวัติศาสตร์ซึ่งช่วยเติมชีวิตให้บรรยากาศย้อนยุค เหมาะสำหรับครอบครัวหรือคนที่อยากหากิจกรรมแทรกระหว่างทริปไหว้พระและชมโบราณสถานในอยุธยา
เวลาทำการ: ตลาดเปิดทุกวัน เวลา 09.00–18.00 น.
4. ตลาดน้ำคลองบางหลวง ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
ตลาดน้ำคลองบางหลวงโดเด่นด้วยเสน่ห์จากแนวเรือนไม้เก่าที่หันหน้าเข้าหาสายน้ำและยังคงถูกใช้งานเป็นบ้าน ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่สร้างสรรค์ ทางเดินเล็กๆ ริมคลองจึงพาให้ค่อยๆ สำรวจชุมชนไปทีละมุม พร้อมมองเห็นเรือหางยาวแล่นผ่านชีวิตประจำวันของผู้คนอยู่เป็นระยะ
หมุดหมายสำคัญคือบ้านศิลปินคลองบางหลวง ซึ่งมีกิจกรรมให้เลือกทำตั้งแต่ระบายสี เพนต์หน้ากาก ไปจนถึงร้อยสร้อยและกำไลลูกปัด จึงเหมาะกับคนที่อยากให้ทริปตลาดน้ำมีอะไรมากกว่าการเดินกินหรือเลือกซื้อของ ลองเผื่อเวลานั่งรับลมริมคลอง และได้ทำงานศิลปะสักชิ้น
เวลาทำการ: ตลาดเปิดทุกวัน โดยร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 09.00–18.00 น. โดยวันธรรมดาอาจมีร้านค้าเปิดเพียงบางส่วน ส่วนบ้านศิลปินคลองบางหลวง เปิดทุกวัน เวลา 10.00–18.00 น.

5. ตลาดน้ำท่าคา อัมพวา สมุทรสงคราม
ตลาดน้ำท่าคาเป็นสถานที่ที่ควรไปถึงก่อนแดดสาย ไม่ใช่เพียงเพราะอากาศยังเย็นสบาย แต่ช่วงเช้าคือเวลาที่เรือของพ่อค้าแม่ค้าเริ่มนำผลผลิตจากสวนออกมาวางขาย ทั้งมะพร้าว กล้วย ผัก ผลไม้ตามฤดูกาล ขนมไทย และน้ำตาลมะพร้าว
หลังเดินตลาดสามารถนั่งเรือพายลัดเลาะไปตามคลอง ชมบ้านเรือนและสวนมะพร้าวซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตชาวท่าคา พร้อมเรียนรู้กระบวนการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวแบบดั้งเดิมได้ในบางเส้นทาง ที่นี่จึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้มองหาตลาดขนาดใหญ่ แต่ต้องการสัมผัสจังหวะของชุมชนริมน้ำที่ยังสัมพันธ์กับเรือ สวน และผลผลิตในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
เวลาทำการ: ตลาดเปิดวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 06.00–14.00 น.
6. ตลาดน้ำขวัญเรียม มีนบุรี กรุงเทพฯ
ตลาดน้ำขวัญเรียมมีพื้นที่คร่อมคลองแสนแสบระหว่างวัดบำเพ็ญเหนือกับวัดบางเพ็งใต้ โดยมีสะพานเชื่อมให้เดินเที่ยวทั้งสองฝั่ง ความโดดเด่นจึงอยู่ที่ภาพของตลาด วัด และวิถีริมคลองซึ่งรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ชื่อ “ขวัญเรียม” นำมาจากตัวละครในนิยายเรื่อง “แผลเก่า” ซึ่งมีฉากหลังอยู่แถบทุ่งบางกะปิ ยิ่งทำให้ตลาดแห่งนี้มีกลิ่นอายของเรื่องเล่าที่ผูกพันกับย่านมาตั้งแต่ต้น
หากอยากเห็นเอกลักษณ์ของตลาดแห่งนี้ แนะนำว่าควรมาในช่วงเช้าเพื่อร่วมตักบาตรทางน้ำ พระสงฆ์จะล่องเรือมารับบาตรจากผู้คนที่รออยู่ริมคลอง ก่อนใช้เวลาที่เหลือเดินชิมอาหาร ทำบุญไหว้พระ หรือนั่งเรือชมสองฝั่งคลองแสนแสบ เหมาะกับวันหยุดที่อยากรวมการเที่ยวตลาดและเข้าวัดไว้ในทริปเดียว
เวลาทำการ: ตลาดเปิดวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 07.00–17.00 น.





