ลุคแรกของ Fendi ของคอลเล็กชั่นนี้อาจดูเป็นเพียงเสื้อแขนกุดเรียบง่ายในวินาทีแรกที่เห็น แต่ทันทีที่นางแบบเดินผ่านผนังกระจก ภาพสะท้อนกลับเผยให้เห็นแผ่นหลังที่เว้าลึกจนแทบไม่เหลือเนื้อผ้า! เพียงลุคเดียว Maria Grazia Chiuri ก็ชวนให้เรามองร่างกายจากมุมที่ต่างออกไป ผ่านรันเวย์ที่รายล้อมด้วยกระจกซึ่งสะท้อนทั้งตัวนางแบบและผู้คนรอบข้าง ราวกับกำลังบอกว่า สิ่งที่เรามองเห็นจากด้านหน้าอาจไม่ใช่ทั้งหมดของคนคนหนึ่ง และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาเรื่องร่างกาย ความปรารถนา และความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ดำเนินไปตลอดคอลเล็กชั่น
จากลุคแรกมาเรีย กราเซียขยายบทสนทนาเรื่องร่างกายผ่านเสื้อคอวีเว้าลึก การตัดเว้าบริเวณเอวและแผ่นหลัง ไปจนถึงผ้าโปร่งบางและลูกไม้ที่เผยให้เห็นบราภายใน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการที่เธอเลือกใช้ชุดชั้นใน ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่อยู่ใกล้ชิดผิวกายที่สุด มาเป็นจุดตั้งต้นของคอลเล็กชั่น สอดรับกับบทกวี i like my body when it is with your body ของ E.E. Cummings ที่สำรวจความปรารถนาและความรู้สึกต่อร่างกายเมื่อใกล้ชิดกับผู้อื่น เมื่อชุดชั้นในถูกนำออกมาให้มองเห็นผ่านผ้าโปร่งหรือใต้เสื้อคลุมตัวหลวม พื้นที่ที่เคยเป็นส่วนตัวจึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้สวมใส่เลือกเปิดเผยได้ด้วยตัวเอง สะท้อนแนวคิดความเซ็กซี่ของ Fendi ที้ไม่ได้อยู่ที่การโชว์ผิวให้มากที่สุด แต่คืออิสระในการเลือกว่าจะเผยให้เห็นอะไร และปล่อยให้ผู้มองค้นพบอะไรจากมุมที่ต่างออกไป
ยิ่งลุคผ่านสายตาไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเริ่มแยกไม่ออกว่าเรากำลังมองเสื้อผ้าของผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ โมเดลบางคนมีรูปลักษณ์ที่เป็นได้ทั้งชายและหญิง ขณะที่บางคนมีใบหน้าคมเข้มชวนให้นึกถึงนายแบบ แต่กลับปรากฏตัวในบราลูกไม้หรือเสื้อผ้าที่เราคุ้นเคยกับการเห็นบนรันเวย์ผู้หญิง เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้มารวมกับเสื้อผ้าทรงหลวมและซิลูเอตแบบบอยอิช เส้นแบ่งทางเพศของเสื้อผ้าก็ยิ่งพร่าเลือน เมื่อย้อนกลับไปยัง Fendi Cruise 2027 กับแนวคิด Less I, more us ที่พูดถึงการแชร์ตู้เสื้อผ้าร่วมกัน คอลเล็กชั่นนี้จึงเหมือนพาบทสนทนาไปอีกขั้น จากการแบ่งปันเสื้อผ้าสู่ อิสระในการแสดงออกผ่านร่างกายที่แตกต่างกัน โดยไม่ต้องยึดติดว่าเสื้อผ้าชิ้นไหนควรเป็นของใคร
ทั้งหมดถูกขับเน้นจนเด่นชัดที่สุดในช่วงฟินาเล่ เมื่อเเหล่านางแบบเดินกรูกันออกมา ภาพของพวกเธอก็สะท้อนซ้อนทับกันไปมาบนผนังกระจกจนแทบแยกไม่ออกว่าร่างไหนคือความจริง และร่างไหนคือเงาสะท้อน ซึ่งการใช้รันเวย์ที่เป็นกระจกนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรายการ Milleluci ปี 1974 ของ Raffaella Carrà ที่เคลื่อนไหวท่ามกลางเงากระจกซึ่งทวีจำนวนเรือนร่างขึ้นพร้อมกัน ทว่าการเลือกใช้รันเวย์กระจกเงาในครั้งนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพิ่มมิติทางสายตา แต่คือการสะท้อนแนวคิดสำคัญที่ว่า ตัวตนของเราดำรงอยู่ผ่านความสัมพันธ์กับผู้อื่น ภาพสะท้อนนับร้อยบนรันเวย์อาจสะท้อนว่าเราอาจไม่มีทางมองเห็นและเข้าใจตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ หากไร้ซึ่ง ‘ผู้อื่น’ คอยเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าเราคือใคร และแตกต่างอย่างไรในโลกใบนี้
1 / 71
2 / 71
3 / 71
4 / 71
5 / 71
6 / 71
7 / 71
8 / 71
9 / 71
10 / 71
11 / 71
12 / 71
13 / 71
14 / 71
15 / 71
16 / 71
17 / 71
18 / 71
19 / 71
20 / 71
21 / 71
22 / 71
23 / 71
24 / 71
25 / 71
26 / 71
27 / 71
28 / 71
29 / 71
30 / 71
31 / 71
32 / 71
33 / 71
34 / 71
35 / 71
36 / 71
37 / 71
38 / 71
39 / 71
40 / 71
41 / 71
42 / 71
43 / 71
44 / 71
45 / 71
46 / 71
47 / 71
48 / 71
49 / 71
50 / 71
51 / 71
52 / 71
53 / 71
54 / 71
55 / 71
56 / 71
57 / 71
58 / 71
59 / 71
60 / 71
61 / 71
62 / 71
63 / 71
64 / 71
65 / 71
66 / 71
67 / 71
68 / 71
69 / 71
70 / 71
71 / 71
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'FENDI' ได้ที่ (รวบทุกลุค FENDI คอลเล็กชั่นเดบิวต์โอตกูตูร์ของ 'Maria Grazia Chiuri' ในเมซงหลังนี้)

รวบทุกลุค FENDI คอลเล็กชั่นเดบิวต์โอตกูตูร์ของ 'Maria Grazia Chiuri' ในเมซงหลังนี้

Fendi นำเสนอแคมเปญ "It's Not a Bag, it's a Baguette®" ที่เฉลิมฉลองไอคอนแห่งงานฝีมือและการแสดงตัวตน

เปิดพรีวิว Fendi โดย Maria Grazia Chiuri พร้อม ‘เจนเย่-โบว์-ภูธัชชัย-บลู’ เป็นครั้งแรก


