หากจะกล่าวถึงหนึ่งในโมเมนต์จิวเวลรีที่ทรงพลังที่สุดบนรันเวย์ยุค 1990s คงหนีไม่พ้นนาทีที่ ‘Eva Herzigova’ ก้าวออกมาบนรันเวย์ Christian Dior คอลเล็กชั่นโอตกูตูร์ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 1997 กับโชกเกอร์ Maasai อันเป็นตำนาน ผลงานมาสเตอร์พีซของ ‘John Galliano‘ ที่หยิบยืมความแข็งแกร่งของงานศิลปะบนเรือนร่างชนเผ่าแอฟริกันมาบรรจบกับความวิจิตรของยุโรปยุค Belle Époque จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความสง่างาม ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจมาถึงดีไซน์ขวดน้ำหอม 'J’adore' อันเลื่องชื่อของ Dior จนถึงปัจจุบันที่แม้แต่ไอคอนระดับโลกอย่าง Beyoncé ก็เคยหยิบยกสไตล์ The High-Neck Statement มาสวมใส่ ด้วยโครงสร้างของสร้อยที่ทำให้ลำคอตั้งตระหง่าน จึงเป็นเครื่องประดับที่ตอกย้ำความสง่างามของสรีระผู้หญิง โว้กจึงคัดสรรสร้อยไข่มุกที่เรียงตัวซ้อนกันจนทำให้นึกถึงโมเมนต์อันไอคอนิกนี้

Boucheron คอลเล็กชั่น 'Hiver Impérial' ถ่ายทอดความหนาวเย็นอันแสนงดงามผ่านสร้อยคอ 'Baïkal' ที่หยิบเอาเสน่ห์ของป่าหิมะอันกว้างใหญ่ใน Northern Russia มาเป็นหัวใจสำคัญ สร้อยคอทรง Bodice-style ชิ้นนี้สะท้อนโครงสร้างที่ดูคล้ายคลึงกับงานดีไซน์ในตำนานของ Dior แต่เปี่ยมด้วยความเยือกเย็นของอะความารีนสี Santa Maria ขนาด 78.33 กะรัต และมุก Akoya กว่า 2,000 เม็ด สะท้อนความแวววาวราวกับน้ำแข็งที่เกาะตัวรอบลำคออย่างวิจิตรบรรจง

ในคอลเล็กชั่น 'The Bows' จาก Mikimoto นำมนต์เสน่ห์ของไข่มุกมาความใหม่ ผ่านสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์อย่าง 'โบว์' ซึ่งเป็นมรดกทางดีไซน์ของแบรนด์มายาวนาน การจัดวางมุกที่มีความโค้งมนอย่างอ่อนช้อยช่วยขับเน้นสรีระช่วงลำคอให้ดูนุ่มนวลแต่คงความหรูหรา เส้นสายของมุกที่ร้อยเรียงเลียนแบบความพริ้วไหวของริบบิ้น พร้อมกับโชว์ทักษะการคัดเลือกมุกที่สมบูรณ์แบบของ Mikimoto แต่ยังเป็นการเติมเต็มลุคผู้หญิงให้ดูสง่างามเหนือกาลเวลา

Natural Pearl and Diamond Necklace สำหรับผู้ที่มองหาความล้ำค่าระดับตำนาน Moussaieff นำเสนอสร้อยคอที่รวมเอาสมบัติจากท้องทะเลและผืนดินเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยมุกน้ำเค็มธรรมชาติ น้ำหนักรวมถึง 118.87 กะรัต โดยมีมุกเม็ดกลางที่ใหญ่ที่สุดถึง 58.98 กะรัต ประดับเคียงคู่กับเพชรทรงมาร์คียส์และทรงหยดน้ำ น้ำงามในระดับ D-E-F Color รวมกว่า 54.40 กะรัต ชิ้นงานนี้คือตัวแทนของความมั่งคั่งที่ประเมินค่าไม่ได้และเป็นที่สุดของงานจิวเวลรีสะสม

Yoko London นำความรุ่งโรจน์ของยุคอดีตกลับมาเล่าใหม่ในคอลเล็กชั่น 'Cleopatra' ที่ผสมผสานความคลาสสิกของมุกน้ำจืดคัดเกรดเข้ากับความสดใสของเทอร์ควอยซ์ น้ำหนักประมาณ 3.1 กะรัต บนตัวเรือนทองคำ 18k ลวดลายดอกไม้ที่ดูอ่อนหวานแต่แฝงด้วยความภูมิฐาน ทำให้สร้อยคอชิ้นนี้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับโอกาสพิเศษที่ต้องการความโดดเด่นที่ไม่ซ้ำใคร

ปิดท้ายด้วยความทันสมัยจากรันเวย์ Chanel ครูสคอลเล็กชั่น 2025/26 กับสร้อยคอโลหะสีทองที่ประดับด้วย Interlaced rings วงแหวนร้อยเรียงกันนับร้อยวง ให้ความรู้สึกหรูหรา ขี้เล่น และมีชีวิตชีวาในคราวเดียวกัน ตัวสร้อยตกแต่งด้วยมุกสีขาวสะอาดตา และคริสตัลสีพาสเทลที่ทำให้นึกถึงชุดสีม่วงอ่อนของ ‘Eva Herzigova’ แต่ในแบบฉบับของเครื่องประดับจาก Chanel อีกทั้งสร้อยคอชิ้นนี้โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ Double C อันเป็นเอกลักษณ์

VOGUE BIJOUX | จิวเวลรีสี ‘Cloud Dancer’ สีขาวที่เล่าเรื่องได้มากกว่าความเรียบง่าย

VOGUE BIJOUX | Spirit of Horse จิวเวลรีรูปม้าถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์แห่งพลังและความก้าวหน้า!

VOGUE BIJOUX | เผยโฉม ‘White Jewelry’ เครื่องประดับเพชรน้ำขาวจาก Van Cleef & Arpels

VOGUE BIJOUX | แมตช์จิวเวลรีใน 4 ลุคเหนือจินตนาการ จากเครื่องประดับแห่งราชินีสู่โลกใต้ท้องทะเล!

