เดบิวต์มาแล้วยังไม่ถึง 1 ปี แต่ CORTIS (คอร์ติส) กลับเป็นวงที่กระแสแรงที่สุดในตอนนี้ สำหรับเราแล้ววงนี้ถือเป็นการเข้ามาเปลี่ยนวิถีวงโคจรของวงการเคป๊อปเลยก็ว่าได้ เพราะหนุ่มน้อยทั้ง 5 คนที่ประกอบไปด้วยสมาชิกอย่าง มาร์ติน เจมส์ จูฮุน ซองฮยอน และกอนโฮ ภายใต้ค่าย Big Hit Entertainment นั้นมาพร้อมอิสระในการทำดนตรีอย่างแท้จริง และยังช่วยขยายขอบเขตคำว่าเคป๊อปให้เป็นมากกว่าแค่ประเภทเพลง แต่ได้กลายมาเป็นคัลเจอร์ที่ใครๆ ก็สามารถเข้ามาร่วมสนุกไปด้วยกันได้ ตอนนี้พวกเขากลับมาพร้อม EP อัลบั้มลำดับที่ 2 ในชื่อ GreenGreen ที่เพิ่งปล่อยไปเมื่อเดือนที่แล้ว นำโดยลีดซิงเกิ้ลอย่าง RedRed วันนี้เราอยากพาขุดขุ้ยดูเหตุผลว่าเพราะอะไรเด็กวัยรุ่นทั้ง 5 คนนี้ถึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของวงการเพลงในขณะนี้
การไม่มีคอนเซปต์ตายตัวแต่เน้นเป็นตัวเองอย่างเต็มที่
ไม่เหมือนเคป๊อปวงอื่นที่เวลาเดบิวต์จะต้องหาคอนเซปต์มาครอบ เพื่อเล่าทิศทางของวงว่าพยายามจะสื่ออะไร แต่คอร์ติสเป็นวงที่ไม่ได้มีคอนเซปต์ตายตัว แต่แจ้งเกิดด้วยการเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งการคิด ทดลอง และลงมือทำแบบที่ไม่ต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ พวกเขาแชร์เรื่องการทำเพลงในสัมภาษณ์ Zach Sang Show ว่าในการทำเพลงและการถ่ายทำวิดีโอมันต้องออกมาไม่เหมือนใคร อาจจะดูแปลกไปบ้าง แต่ต้องซื่อสัตย์และเป็นตัวเองให้เยอะๆ รวมถึงต้องโอบกอดความประหลาดของตัวเองด้วย ซึ่งเจมส์และมาร์ตินเล่าว่า “เราจะคิดกันตลอดว่าเราทำมันได้ยูนีคพอหรือยัง มันแตกต่างไหม เพราะเราอยากให้มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เราไม่อยากทำอะไรที่มันซ้ำๆ มันต้องมีอะไรใหม่ๆ ในนั้น ขนาดพวกเราด้วยกันเองยังไม่อยากเหมือนกันเลยครับ แบบว่า To be Cringe is to be Free”
นอกจากนี้ลองสังเกตให้ดีเพราะวงนี้ไม่มีตำแหน่งจริงจังที่ชัดเจน เลิกคุยเรื่องใครร้องนำ เต้นนำ หรือใครเป็นทีมแรปได้เลย เพราะทุกคนเสิร์ฟด้วยกันทั้งหมดทุกส่วน และอย่างที่บอกว่าทั้ง 5 คนนี้ให้ความสำคัญกับการเป็นตัวเองมากๆ ดังนั้นการเต้นของพวกเขาจะ “เต้นเหมือนกันแต่เต้นไม่เหมือนกัน” ความหมายคือเต้นท่าเดียวกัน แต่ใส่เอกลักษณ์ พลัง ทิศทาง และการวางตำแหน่งไม่เหมือนกัน ทำให้ทุกคนโดดเด่นในแบบตัวเอง เป็นการตีความเรื่อง Unity ในอีกรูปแบบที่น่าสนใจทีเดียว
พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และการลงมือทำ
ในวงการเคป๊อปเรียกว่ามีจำนวนเพียงหยิบมือที่ศิลปินจะทำเพลงด้วยตัวเอง เพราะส่วนใหญ่ค่ายจะจัดแจงมาให้แล้วเรียบร้อย รอเพียงแค่ร้องตามไกด์ไลน์และเต้นตามที่คุณครูคิดท่ามาให้แล้วก็เท่านั้น แต่คอร์ติสทุกคนกลับมีส่วนร่วมในการทำเพลงอย่างจริงจัง ทั้งโปรดิวซ์ แต่งเนื้อ ทำเมโลดี้ คิดท่าเต้น ไปจนถึงออกไอเดียและถ่ายเอ็มวี อย่างกอนโฮเองเล่าว่าพวกเขาชอบถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอกับทุกอย่าง เพราะได้ไอเดียมาจากหลากหลายที่ “พวกเรามี 5 คนก็มี 5 ไอเดีย ซึ่งมันเยอะมากๆ” ส่วนมาร์ตินแชร์ผ่านรายการ Zach Sang Show ว่าพวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นเด็กสนุกซนๆ 5 คนที่ชอบทำเพลง เป็น Young Creator Crew ที่ hands on ในทุกส่วนของการทำเพลง เราเลยได้เห็นเครดิตตอนท้ายว่า Directed by IDIOTS and CORTIS กันอยู่บ่อยๆ นั่นเลยเป็นจุดสะท้อนว่าทำไมเพลงที่พวกเขาทำถึงได้ดูไม่เหมือนใคร ดูสนุก และเป็นตัวเองอย่างสุดขั้ว
มาร์ตินเองก่อนลงหลักเดบิวต์ที่คอร์ติส เขาฝึกมือด้วยการแต่งและโปรดิวซ์ให้กับวง ILLIT อย่างเพลง Magnetic รวมไปถึงวงรุ่นพี่อย่าง TXT ทั้งเพลง Deja Vu, Miracle และ Beautiful Strangers ส่วนเจมส์เองก็มุ่งมั่นตั้งแต่อยู่ในค่ายเช่นกัน ออกแบบท่าเต้นให้กับ ILLIT ทั้งเพลง Magnetic, Cherish (My Love) และ Tick-Tack รวมไปถึงเพลง Deja Vu ของ TXT โดยตัวเขายังไปโผล่เป็นแดนเซอร์ให้ศิลปินหนุ่มรุ่นพี่จองกุกในเพลง Seven ด้วย หนุ่มๆ ทั้ง 5 ทำเพลงทั้งหมดที่สตูดิโอในลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐฯ โดยเจมส์ให้สัมภาษณ์ใน Apple Music กับ Zane Lowe ว่ารุ่นพี่อย่าง BTS และ TXT เป็นคนกรุยทางให้พวกเขา พวกเขาถึงได้มีโอกาสเล่นซนและสนุกไปกับการทำเพลง “ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขา พวกเราคงไม่ได้มีโอกาสมาที่ LA ครับ”
แข่งขันกันเองเพื่อผลักให้ทุกคนในวงเก่งขึ้น
จากวิดีโอสัมภาษณ์ของ Vanitiy Fair มาร์ตินเล่าว่าพวกเราทุกคนชอบการแข่งขันกันเอง “แต่มันคือแง่บวกนะครับ เช่นเราต้องดูเท่เหมือนเพื่อนคนนั้นให้ได้ เพราะคุณคงไม่อยากรู้สึกเหมือนโดนทิ้งอยู่ข้างหลังใช่ไหม เพราะงั้นถ้าใครทำอะไรใหม่ๆ ได้ พวกเราทุกคนก็จะรีบ catch up ให้ทัน มันเป็นเรื่องของ synergy ด้วยครับ อย่างย้อนกลับไปตอนช่วงเป็นเด็กฝึกพวกเราจะแข่งกันตลอด ใครเก่งในส่วนไหนบ้าง ใครทำส่วนไหนดี แล้วเราจะฟีดแบ็คกันและกันตลอดในฐานะของสมาชิกวง เพราะเราไปด้วยกันในฐานะทีมครับ นั่นเลยทำให้เราเป็นเหมือนแรงบันดาลใจของกันและกัน”
ถือเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ใหม่มากๆ ในวงการเคป๊อป เพราะส่วนมากเขาจะเลี่ยงพูดประเด็นเรื่องการแข่งขัน เพราะไม่อยากให้รู้สึกเกิดการเปรียบเทียบกันในวง แต่คอร์ติสกลับคิดต่างและเลือกที่จะเปิดอกคุย ฟีดแบ็คฝีมือ และผลักดันซึ่งกันและกันให้ดีขึ้น ด้วยคอร์ติสยึดมั่นถึงเรื่องของพลังงานและการมี good synergy ร่วมกัน นับเป็นแนวคิดการทำงานที่ใหม่มากๆ
ปลดแอกกฎเกณฑ์ของวงการเคป๊อป
วงการนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะทุกองศา ทั้งใบหน้า ทรงผม การแต่งตัว หรือแม้แต่การแสดงออก ไอดอลบางคนแค่จะกินข้าวหน้ากล้องยังถูกห้ามอ้าปากกว้างด้วยซ้ำไป แต่สำหรับคอร์ติสค่อนข้างจะแหวก เพราะพวกเขาเป็นวงที่อยู่ไม่นิ่งเลยจริงๆ และไม่เพียงไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเอง แต่ยังสนุกไปกับการเป็นตัวเองด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดจากการเสิร์ฟวิดีโอรีลโปรโมตเพลงที่ล้นไปด้วยไอเดียจำนวนมาก และยังขยันโพสต์กันแทบทุกวัน ทำให้เราได้เห็นทั้งความป่วน ความดื้อ และความเพี้ยนในแบบฉบับเด็กเจนซีแบบเต็มที่โดยไม่ต้องห่วงหล่อ หรือแม้แต่ความกล้าที่จะ call out พวกซาแซงหรือแฟนคลับที่ทำอะไรเกินขอบเขตกับศิลปินอย่างไม่เกรงใจ เพื่อปกป้องตัวเองและสมาชิกในวงอีกด้วย
อีกหนึ่งสิ่งเลยคือการพยายามดึงมาตรฐานคำว่า “คอนเสิร์ต” กลับมา เพราะล่าสุดพวกเขาประกาศเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ตภายใต้ชื่อว่า Put Your Phone Down ซึ่งเป็นการประกาศเจตจำนงของวงอย่างเต็มที่ ว่าพวกเขาต้องการให้ทุกคนกลับมาสนุกไปกับเพลงและโมเม้นต์ตรงหน้า มากกว่าสัมผัสประสบการณ์ผ่านหน้าจอมือถือที่พยายามถ่ายวิดีโอพวกเขาอีกทีนั่นเอง
แพชชั่นเต็มร้อยและพลังแห่งการใส่ไม่ยั้ง
ทุกครั้งที่ดูเอ็มวีเพลงหรือไลฟ์เซชชั่นจากเวทีต่างๆ ของคอร์ติส สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือเรื่องของพลังงานและแพชชั่นในการทำสิ่งนี้ ทุกคนดูสนุก ตั้งใจ และมีความอยากที่จะเป็นศิลปินจริงๆ ไม่ใช่แค่การมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนเท่านั้น แต่รวมไปถึงเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีด้วย เราคิดว่าคอร์ติสเป็นวงที่สร้างประสบการณ์เพลงมากกว่าการแสดงโชว์แบบเคป๊อปรุ่นก่อนๆ พวกเขามีจิตวิญญาณของศิลปินบนเวทีคอนเสิร์ต มากกว่าการแสดงเพลงบนรายการโชว์ที่ทุกคนต้องเต้นเหมือนกัน มันมีความสนุก มันมีอิสระ และมันมีพลังอยู่ในนั้น
ต้องยอมรับว่าตอนนี้วิถีวงการเพลงเคป๊อปมันเปลี่ยนไปแล้ว และคอร์ติสเองก็เหมือนมาได้ทันเวลาในช่วงจังหวะที่เรารู้สึกว่าวงการนี้เริ่มหน่วงและเรื่อยๆ เอื่อยๆ มาพักใหญ่ แต่เด็กทั้ง 5 คนกลับลุกขึ้นมาปลุกให้คลื่นความถี่และพลังงานเพลงได้กลับมาสนุกอีกครั้ง จนแม้แต่คนที่เลิกตามวงการนี้แล้วยังต้องรีบขอเข้าด้อมแบบด่วนๆ
สุดท้ายนี้ถ้าคุณยังเห็นภาพไม่ชัดเจนว่าทำไมคอร์ติสถึงถูกลงความเห็นว่าเป็นไอดอลที่เท่ที่สุดในตอนนี้ เราก็ขอแนะนำให้เปิดใจและตามไปดู conceptual performance film กันต่อได้เลย

.webp)



