สรุป 5 ไฮไลต์สำคัญ นิทรรศการ 'ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ' ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการนำรากฐานความงดงามของ 'ชุดไทยพระราชนิยม' มาถ่ายทอดผ่านบริบทร่วมสมัย
- กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานนิทรรศการ 'CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME' ณ อาคาร Hyokeikan พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2567 เพื่อสร้างองค์ความรู้ และผลักดันมรดกผ้าไทยบนเวทีแฟชั่นระดับสากล
- 'โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี' สวมใส่ชุดไทยเรือนต้น ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยผ้าไหมทอลาย 'เซเลอร์มูน' ตัวละครมังงะจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเชื่อมโยงสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
- ภายในงานมีการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ เสื้อพระราชทาน 3 แบบ รวมถึงชุดกิโมโนสีเหลืองทอง และผ้าโอบิที่ใช้ผ้าทอไทยจากศูนย์ศิลปาชีพ พร้อมสาธิตงานช่างฝีมือชั้นสูง เช่น การพันดิ้น งานเครื่องเงินเครื่องทอง การปักดิ้นกรึงไหม และการประคบทองโบราณ
- ชูศักยภาพของชุดไทยให้เป็น 'สื่อทางวัฒนธรรม' และทูตทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ต่อองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ในปี พ.ศ. 2567 เพื่อการเติบโต และได้รับการยอมรับอย่างยั่งยืน
เมื่อแสงจันทร์สาดส่องผ่านผืนผ้าไหมไทยทอมือ กลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว ความงดงามของ 'ชุดไทยเรือนต้น' ที่ 'โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี' สวมใส่ ก็ได้ถ่ายทอดความสง่างาม ตามแบบฉบับชุดไทยพระราชนิยมได้อย่างไร้ที่ติ การเดินทางของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งอย่างน่าประทับใจ เมื่อชุดไทยพระราชนิยมถูกนำมาถ่ายทอดในบริบทใหม่ ผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย สะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย และญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเผยแพร่ความงดงามของชุดไทยในนี้ สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงศึกษาค้นคว้าหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการแต่งกายของสตรีไทยอย่างเป็นระบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนา 'ชุดไทยพระราชนิยม' ให้เป็นต้นแบบเครื่องแต่งกายประจำชาติ ย้อนกลับไปในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา ยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2503 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงใช้ชุดไทยพระราชนิยมเป็น 'สื่อทางวัฒนธรรม' เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ของประเทศไทย และสร้างความประทับใจในระดับสากล ผ่านงานตัดเย็บระดับโอต์กูตูร์โดย 'ปิแอร์ บัลแมง' นักออกแบบชาวฝรั่งเศส
การสืบสานพระราชปณิธาน และการเนรมิตนิทรรศการชุดไทย ณ กรุงโตเกียว
จากรากฐานสำคัญของความงดงามทางวัฒนธรรม ที่ไม่เคยหยุดอยู่เพียงในหน้าประวัติศาสตร์ ได้กลายเป็นแรงบันดาลพระราชหฤทัยแก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสานพระราชปณิธานของประวัติศาสตร์แห่งเครื่องแต่งกายไทย โดยการนำรากฐานอันทรงคุณค่ามาผสมผสานความทันสมัย ผ่านกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม 'CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME' ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ ณ อาคาร Hyokeikan, Tokyo National Museum กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2567 เพื่อสร้างองค์ความรู้ของ 'ชุดไทย' บนเวทีแฟชั่นระดับสากล
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จเป็นองค์ประธานการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ พร้อมทั้งทรงนำการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์ และถักทอหัตถศิลป์ ไม่ว่าจะเป็นงานเครื่องประดับโบราณอย่าง การพันดิ้น งานช่างเครื่องเงินเครื่องทอง เทคนิคผืนผ้าและการปักดิ้นกรึงไหม งานกระเป๋าผ้าเทคนิคประคบทองโบราณ ตลอดจนผ้าไหมทอลายมงคลต่างๆ ซึ่งนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัย ที่สะท้อนว่างานหัตถศิลป์ไทยบคือมรดกทรงคุณค่า ที่พัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง
ชุดไทยเรือนต้นลาย 'เซเลอร์มูน'
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สร้างความฮือฮาในนิทรรศการครั้งนี้ คือการนำเสนอชุดไทยเรือนต้น ที่นำผ้าทอที่มีลวดลายร่วมสมัยมาผสมผสาน โดยโครงสร้างหลักของตัวเสื้อเป็นเสื้อแขนกระบอก คอกลมตื้น ผ่าอกด้านหน้า เข้าคู่กับผ้านุ่งซิ่นป้ายหน้า ที่สร้างความพิเศษด้วยการเลือกใช้ ผ้าไหมทอลาย 'เซเลอร์มูน' ตัวละครมังงะสุดไอคอนิกของญี่ปุ่น ที่ทอต่อเนื่องซ้ำเป็นแพตเทิร์นบนผ้า ในโทนสีอ่อนและสดตัดสลับกัน เพื่อเพิ่มความสมดุลขององค์ประกอบต่างๆ
ซึ่งการนำสัญลักษณ์ป๊อปคัลเจอร์ญี่ปุ่น มาตีความใหม่บนผืนผ้าไหมไทย ไม่เพียงแต่นำเสนองานช่างฝีมือสิ่งทอระดับสูงของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์ร่วมสมัยของสองวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมไทย นอกจากนี้ภายในงานยังมีการนำเสนอ ชุดกิโมโนสีเหลืองทอง ที่ตัดเย็บด้วยผ้าทอไทย จากศูนย์ศิลปาชีพ สวมใส่โดย 'โอปอล สุชาตา ช่วงศรี' ซึ่งรวมถึงผ้าโอบิ ผ้าคาดเอวแบบญี่ปุ่นที่ใช้ผ้าทอมือไทย เพื่อสะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการประยุกต์ใช้ผ้าไทยในรูปแบบร่วมสมัย
มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ในเวทีโลก
การนำเสนอในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสืบสานพระราชมรดกแล้ว ยังเป็นการตีความผ้าไทยในแบบร่วมสมัย เพื่อสานต่องานหัตถศิลป์ให้เป็นทูตทางวัฒนธรรม และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน 'ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ' ทั้งยังสอดรับกับก้าวสำคัญในปี พ.ศ. 2567 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอชุดไทย ต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล สมัยที่ 21
"การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ ทำให้เห็นชัดเจนว่าชุดไทย ไม่ได้เป็นแค่มรดกตกทอดจากอดีต แต่คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่างานหัตถศิลป์ไทยของเรา มีศักยภาพและปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้ โดยยังคงแก่นแท้ดั้งเดิมไว้ และพร้อมที่จะเป็นทุนทางวัฒนธรรม ในการก้าวต่อยอดไปสู่แฟชั่นระดับโลกได้อย่างยั่งยืน" - Korawich Panuthai
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'ชุดไทย' ได้ที่ (Threads of Legacy: S'Craft 2026 แฟชั่นโชว์ผ้าไทย และชุดไทยพระราชนิยมครั้งยิ่งใหญ่)

'เดียร์น่า ฟลีโป' สะกดทุกสายตา ในลุคชุดราตรีผ้าไหมไทย จาก SIRIVANNAVARI ณ Vogue Gala 2026






























