Cartier boutique at Siam Paragon

WATCHES & JEWELLERY

Cartier เผยสารคดีสั้นเบื้องหลังการรังสรรค์บูติกแฟล็กชิปแห่งใหม่ เส้นทางแห่งหัตถศิลป์และแรงบันดาลใจ

Cartier เผยภาพยนตร์สารคดีสั้นสุดพิเศษที่ถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์พื้นที่อันวิจิตร จุดบรรจบแห่งความประณีตของฝรั่งเศสและหัตถศิลป์แบบไทย

11 สิงหาคม 2568

Cartier เปิดตัวบูติกแฟล็กชิปสองชั้นแห่งใหม่ ณ สยามพารากอน ทั้งยังเผยภาพยนตร์สารคดีสั้นสุดพิเศษที่ถ่ายทอดเรื่ิองราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์พื้นที่อันวิจิตรนี้ที่เป็นจุดบรรจบกันระหว่างความประณีตแบบฝรั่งเศสและความงดงามแห่งศิลปะแบบไทย ด้วยการถ่ายทอดจินตนาการอันไร้ขอบเขตของเมซงผ่านบทสนทนาทางวัฒนธรรมและการตีความงานหัตถศิลป์รูปแบบใหม่

 

การออกแบบบูติกอย่างพิถีพิถันในทุกมุมรวมถึงชิ้นงานตกแต่งที่สำคัญที่ถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษโดย 'Charif Lona' ผู้ดูแลภาพรวมด้านงานดีไซน์ด้วยการทำงานร่วมกับเหล่าช่างฝีมือไทยชั้นนำอย่าง 'อาจารย์มานพ วงศ์น้อย' ครูศิลป์แห่งแผ่นดิน ผู้เชี่ยวชาญด้านงานลงรักปิดทอง 'อนุชา ส่งเสริม' ศิลปินรุ่นใหม่ผู้ผสมผสานเทคนิคการปักผ้าโอตกูตูร์แบบฝรั่งเศสเข้ากับลวดลายไทยดั้งเดิม และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งผลงานของศิลปินแต่ละท่านต่างถ่ายทอดความประณีตในแบบฉบับของ Cartier ผ่านการตีความใหม่ที่ยังคงเคารพรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมไว้อย่างลึกซึ้ง

 

โดยมาที่โซนแรกอย่าง 'โซนไอคอน' พื้นที่โซนของบูติกที่เปล่งประกายด้วยกระจกหลากสีจาก O Thai Metal ที่ถ่่ายทอดเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องประดับทุตตี้ ฟรุตตี้ (Tutti Frutti) หนึ่งในเครื่องประดับระดับตำนานของเมซง สะท้อนแสงและสีสันอันสดใส เติมความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ได้อย่างงดงามเหนือกาลเวลา

 

ถัดมาที่ 'โซนแอ็กเซสเซอรี่สำหรับสุภาพสตรี' ที่โดดเด่นด้วยจิตรกรรมฝาผนังแบบผสมผสานที่ใช้ทั้งศิลปะการต่อฟาง (Straw Marquetry) และการลงแผ่นทองคำถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ Cartier ต่อ 'สวรรค์บนผืนดิน' ที่เปี่ยมด้วยพฤกษาและสรรพสัตว์ อีกทั้งยังมีฉากกั้นที่ถักทอด้วยมือโดย 'กรกช อารมย์ดี' ที่ร้อยเรียงเส้นใยธรรมชาติย้อมสีจากพืชพรรณไทยที่คุ้นเคยอย่างเปลือกต้นมะม่วง ต้นขนุน และโหระพา ถ่ายทอดงานฝีมืออันวิจิตรในมุมมองร่วมสมัยได้อย่างงดงามลงตัว

 

ถัดมาที่ 'โซนเครื่องเพชร' อีกไฮไลต์ของบูติกที่ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยแผงผ้าปักมือลวดลายดอกโมกโดยฝีมือของ 'อนุชา ส่งเสริม' ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านงานฝีมือที่ผสานเทคนิคโอตกูตูร์แบบฝรั่งเศสเข้ากับลวดลายไทยดั้งเดิม ซึ่งใช้ประดับชุดโขนหลวงใจกลางพื้นที่โดดเด่นด้วยผลงานศิลปะขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตลับแป้งของ Cartier จากปี 1946 ที่ถูกนำมาตีความใหม่โดยรังสรรค์ส่วนตัวล็อกด้วยเซรามิกแบบศิลาดล พร้อมประดับเส้นด้ายสีทองเป็นลวดลายดอกไม้อย่างงดงาม

 

'ห้องรับรองวีไอพี' ที่เนรมิตให้เปล่งประกายดุจดวงดาวบนฟากฟ้า ด้วยผลงานชิ้นเอกจาก 'อาจารย์มานพ วงศ์น้อย' ศิลปินแห่งชาติและครูศิลป์แห่งแผ่นดิน ผู้ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะไทยอย่างการลงรักปิดทองผสมผสานกับการใช้เปลือกไข่อันบอบบาง กระบวนการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันหลายขั้นตอนใช้เวลายาวนานกว่าสี่เดือนจนได้พื้นผิวที่แวววาวราวกับแสงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน นับเป็นหนึ่งในงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา

 

และโซนสุดท้ายอย่าง 'ห้องต้อนรับของบูติก' ที่โดดเด่นด้วยศิลปะอย่างการต่อฟาง ผลงานจาก Muse Design ที่เลือกใช้วัสดุธรรมชาติอย่างฟางข้าวโพดและฟางข้าวมาถ่ายทอดบรรยากาศของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาผ่านชั้นผิวสัมผัสและรายละเอียดที่ซ้อนทับกันอย่างมีมิติ เสมือนแสงดาวที่เปล่งประกายในยามราตรี

 

 
 
 
 
 
ดูโพสต์นี้บน Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

โพสต์ที่แชร์โดย Vogue Thailand (@voguethailand)

(สามารถตามไปอ่านบทความ 'Heavenly Cartier' คอนเซปต์ของ Cartier แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ 2 ชั้น ณ สยามพารากอน' ได้ที่นี่)

VDO : Courtesy of Cartier