Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

โว้กเปิดบทสัมภาษณ์ Laura Burdese, Deputy CEO of Bvlgari ผู้สร้างความแตกต่างให้วงการเครื่องประดับ!

พูดคุยถึงมุมมองการดำเนินธุรกิจเมซง Bvlgari แบรนด์จิวเวลรีที่ยังคงมรดกอันเลอค่าและนวัตกรรมไว้ร่วมกันอย่างสง่างาม

27 กันยายน 2568

เรื่อง:  ฐาดิณี รัชชระเสวี

เรียบเรียง: อมันดา อัมพรมหา

กราฟิก: สุกฤตา ว่องวัฒนพิบูลย์

ภาพ: Courtesy of Bvlgari

 

     เปิดจักรวาลแห่งเครื่องประดับชั้นสูงของ Bvlgari ที่ปีนี้ไม่ได้มีแค่เครื่องประดับและเครื่องบอกเวลาไฮเอนด์ แต่ยังนำเสนอกระเป๋าจิวเวลรี แว่นตา และน้ำหอม ที่ทำจากอัญมณีล้ำค่าหายาก ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวกระโดดที่แสดงถึงความกล้าในการสร้างความแตกต่างให้วงการเครื่องประดับ อันเป็นแนวคิดหลักตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งแบรนด์

     ปี 2025 นี้แบรนด์เครื่องประดับแห่งกรุงโรมเลือกเมือง Taormina บนเกาะซิซิลีเป็นจุดหมายในการจัดแสดงนิทรรศการเครื่องประดับชั้นสูงประจำปี นับเป็นอีกหนึ่งครั้งที่ยิ่งใหญ่ โดยมีแขกมาร่วมงานกันคับคั่งทั้งสื่อมวลชนจากทั่วโลก ลูกค้า และบรรดาแบรนด์แอมแบสซาเดอร์ที่มารวมตัวกันเพื่องานนี้ คอลเล็กชั่นในปีนี้ใช้ชื่อว่า 'Polychroma' ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานระดับมาสเตอร์พีซถึง 600 ชิ้น และที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ถึง 250 ชิ้นงาน ทั้งหมดนั้นถ่ายทอดดีเอ็นเอของเมซงได้อย่างชัดเจนทั้งการใช้สีสันอันน่าทึ่งและงานฝีมือเชิงหัตถศิลป์ทุกแขนง คอลเล็กชั่น 'Polychroma' นี้จึงเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่ไม่เพียงสะท้อนความงามของเครื่องประดับชั้นสูง หากยังทำให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้สัมผัสพลังบวกและความสดใส เหมือนกำลังลอยละล่องอยู่ในสวนขนาดใหญ่ที่ละลานตาไปด้วยดอกไม้และรัตนชาติอันงดงาม

     ในงานนี้โว้กประเทศไทยมีโอกาสพูดคุยกับ Laura Burdes, Deputy CEO ของบุลการี เลาร่าเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกสดใสแต่หนักแน่น ชัดเจนในตัวเอง ซึ่งตรงกับคาแร็กเตอร์ของเมซง

 

 

Article

Vogue: ไม่น่าเชื่อเลยว่าการได้เข้าชมคอลเล็กชั่นในปีนี้จะทำให้เรารู้สึกมีความสุขจากการได้เห็นสีสันอันหลากหลากของอัญมณีต่างๆ อะไรคือแรงบันดาลใจที่เมซงเลือกนำเสนอสีสันอันหลากหลายในคอลเล็กชั่นนี้

Laura: ใช่ค่ะ ฉันเห็นด้วย งานนี้คือการส่งต่อพลังงานบวกที่เราอยากให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัส อันที่จริงเมซงของเราโดดเด่นเรื่องการใช้สี เรายืนหยัดในเรื่องการเฉลิมฉลองความแตกต่างหลากหลายซึ่งถูกแสดงออกผ่านเฉดสีที่เราเลือก สีต่างๆ คือสิ่งที่สร้างความงามให้โลกใบนี้ เฉดสีที่หลากหลายช่วยเผยให้เห็นความมหัศจรรย์ของอัญมณีแต่ละชิ้น และฉันคิดว่า Lucia (Lucia Silvestri ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์) พยายามจะถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ผ่านการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นอันงดงามนี้ ตอนที่เราเริ่มวางแผนจะทำคอลเล็กชั่นกัน เราพยายามคิดว่าจะทำอะไรที่ระเบิดกรอบให้ไกลกว่าเดิม เนื่องจากเป็นคอลเล็กชั่นที่ต่อเนื่องมาจากคอลเล็กชั่น Eterna ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นฉลอง 140 ปีของเมซง แล้วเรื่องของสีก็จุดประกายขึ้นมา เพราะสีเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของบุลการี สำหรับเราสีไม่ได้เป็นแค่สี แต่สีคือสัญลักษณ์ คือสิ่งที่มีความหมาย เป็นสิ่งที่มีอยู่ในรูปทรง สีเป็นแก่นสาร เป็นพลัง บ่งบอกความมีชีวิตชีวา สีคือชีวิตของพวกเรา เรียกได้ว่าเป็นคอลเล็กชั่นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของชีวิตจริงๆ

 

V: ในการออกแบบนาฬิกาข้อมือก็มีการเล่นสีโดยใช้อัญมณีที่หลากหลายเช่นเดียวกันใช่ไหม

L: นาฬิกาจิวเวลรีเป็นอีกหนึ่งผลงานหลักที่เรานำมาจัดแสดงในปีนี้ เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับเครื่องบอกเวลาเหล่านี้ เป็นการแสดงออกให้โลกเห็นว่าเราสามารถเลือกใช้สีในมุมที่ซนๆ หน่อย เช่น บนพื้นที่เล็กๆ บนตัวเรือน ฉันคิดว่า Fabrizo Bonam นักออกแบบนาฬิกาของเราสามารถตีความออกมาได้ตรงตามคอนเซปต์ Polychroma มากๆ เขาใช้อัญมณีที่แตกต่างมาจัดวางในทิศทางที่แปลกใหม่รวมถึงมุมมองใหม่ๆ ในการออกแบบ คิดดูสิว่าอัญมณีเหล่านั้นถูกจัดวางอยู่บนพื้นผิวที่เล็กมากนะ ฉันคิดว่านี่เป็นการสร้างสรรค์ที่มหัศจรรย์มากๆ จนฉันไม่อยากจะเรียกว่านาฬิกาบอกเวลาเลยด้วยซ้ำ มันคือเครื่องประดับชิ้นพิเศษที่บอกเวลาได้มากกว่า นอกจากนั้นนาฬิกาของเรายังได้รับการพัฒนาให้ขับเคลื่อนด้วยกลไกขนาดเล็กมากที่เรียกว่า Piccolissino ซึ่งเป็นฝีมือการทำนาฬิกาสวิสชั้นสูงที่เราให้ความสำคัญ

 

 

Article

V: ฉันเห็นด้วยเลยว่านาฬิกาบอกเวลาเหล่านั้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเครื่องประดับ เพราะฉันสัมผัสได้ถึงพลังของผู้หญิง

L: ถูกต้องค่ะ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากที่ฟาบรีโซสามารถนำเสนอกลไก Piccaolissimo ให้เข้ากับดีไซน์ได้อย่างแนบเนียน ทั้งยังเป็นการย่อขนาดเครื่องประดับให้เล็กลงเป็นขนาดของนาฬิกา และยังทำให้เรารู้สึกว่านาฬิกาเหล่านี้กำลังเปล่งประกายความงามไม่แพ้เครื่องประดับชิ้นใหญ่ๆ เลย

 

V: ฉันคิดว่าเป็นความกล้าหาญมากที่เมซงเลือกรังสรรค์นาฬิกาชั้นสูงออกมาในมุมนี้ เพราะโดยปกติถ้าพูดถึงนาฬิกาข้อมือเรามักนึกถึงเรื่องกลไกและรูปแบบนาฬิกาดั้งเดิมมากกว่า พอได้มาเห็นที่เป็นเครื่องประดับ ฉันรู้สึกว่านี่คือการก้าวออกจากกรอบ

L: ใช่ค่ะ ความกล้าหาญเป็นอีกหนึ่งดีเอ็นเอของเรา ที่บุลการีเรากล้าเสมอ เรามีความบ้าบิ่น เพราะเราคือคนแรกที่คิดค้นเครื่องประดับแบบเมดิเตอร์เรเนียน ย้อนกลับไปเมื่อ 140 ปีที่แล้ว เครื่องประดับชั้นสูงจะมีความเป็นฝรั่งเศสมากๆ เช่น สไตล์ที่คลาสสิก เรียบง่าย แต่ตระกูลของบุลการีเข้ามาเดินเกมใหม่ด้วยการนำเสนอเครื่องประดับที่ใช้อัญมณีสีสดใส รวมถึงการใช้วัสดุสีอย่างทองคำ โดยเฉพาะการจับคู่สีที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ดังนั้นเมื่อเราได้เข้ามาสืบสานตำนานดังกล่าว เราจึงต้องย้ำกับตัวเองเสมอว่าจะต้องหาทางระเบิดกรอบแห่งความสร้างสรรค์ต่อไปอีกเรื่อยๆ

 

 

Article

V: พูดถึงเรื่องยุคสมัย เมซงทำอย่างไรเพื่อรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้ในขณะที่โลกปัจจุบันหมุนไปอย่างรวดเร็ว 

L: ฉันเข้าใจว่าเราต้องรักษามรดกของแบรนด์ ขณะเดียวกันโลกก็หมุนเร็วมาก ฉันคิดว่าเรามีความสามารถพิเศษในการใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งอยู่กับอดีตที่เต็มไปด้วยมรดกอันงดงาม ดีเอ็นเอของเราทำให้เรารู้ว่าเราเป็นใคร และเราก็รู้ว่าเราเป็นใครอย่างชัดเจนมากๆ จุดนี้เองที่ผูกโยงเราไว้กับเรื่องราวอันมีค่า แต่ในขณะเดียวกันเราก็มีชีวิตอีกด้านที่ต้องทะยานไปข้างหน้าสู่อนาคต ดังนั้นสำหรับฉัน บุลการีคือสะพานที่เชื่อมระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคตแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น เพราะจินตนาการกับความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ทำให้ผลงานของเรามีความร่วมสมัยอยู่เสมอ ทั้งนี้ความร่วมสมัยนั้นก็เชื่อมโยงกับลูกค้าของเราตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคตด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับกรุงโรม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเมซง โรมได้ฉายาว่าเมืองอันเป็นนิรันดร์ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ถ้าคุณไปเที่ยวที่โรม คุณก็จะได้เห็นความทันสมัยมากๆ ด้วย และโรมเองก็ไม่เคยหยุดพัฒนา

 

 

Article

V: มาพูดถึงเรื่องการตลาดกันบ้าง ตลาดเครื่องประดับในเอเชียตอนนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คุณมีแผนอะไรที่จะกระตุ้นให้ตลาดนี้หันมาสนใจเครื่องประดับชั้นสูงมากขึ้นไหม

L: หลังโควิด โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ฉันคิดว่าเราไม่สามารถใช้สูตรการตลาดสูตรเดียวกันทุกตลาดแบบเดิมได้อีกแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนะ อาจจะยากขึ้น แต่เราก็ตื่นเต้นกับการทำงานแบบนี้ คือถ้าอยากคุยกับตลาดประเทศไหนเราก็จะไปคลุกคลีหรือทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมพื้นถิ่นของเขาเพื่อปรับเนื้อหาและวิธีการสื่อสารให้เข้ากับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ตัวอย่างเช่น ปีนี้เป็นปีมะเส็ง เราไปจัดนิทรรศการที่เมืองจีนเมื่อเดือนมกราคม แม้ว่างูจะเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมซง แต่เราก็ต้องเข้าไปศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยว่าคนจีนมีความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบว่างูหมายถึงความฉลาดเฉลียว การเปลี่ยนแปลง และพลัง ดังนั้นเราจึงนำเสนอผ่านวัฒนธรรมจีนเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราเชื่อมโยงกับลูกค้าและมีความหมายต่อพวกเขามากขึ้น ฉันว่านี่คือสิ่งสำคัญมากที่เราสามารถสื่อสารกับคนจากหลายๆ ประเทศด้วยวิธีที่แตกต่างกัน

 

V: ทำอย่างไรให้ลูกค้าจากทุกที่ได้มาชมผลงานที่งานนี้และสามารถรู้สึกร่วมไปกับคอลเล็กชั่นที่เมซงต้องการนำเสนอ

L: ต้องบอกว่าลูกค้าของเรามีความหลากหลาย และเราก็ต้องการให้พวกเขามีความสุขและเซอร์ไพรส์กับสิ่งที่พวกเขาได้เห็น เราจึงพยายามสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้พวกเขารู้สึกประทับใจ ประสบการณ์ที่พวกเขาอาจยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน เราจึงพยายามออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปสำหรับลูกค้าจากทั่วโลก ตัวอย่างเช่นปีนี้เราร่วมงานกับศิลปิน Alexandro Florio โดยนำผลงานมาประกอบนิทรรศการของเรา งานของเขาโดดเด่นมากๆ เมื่อมาอยู่คู่กันจึงทำให้ลูกค้าได้เห็นสิ่งที่พวกเขายังไม่เคยเห็นและหาไม่ได้จากที่ไหน นี่คือวิธีเชื่อมโยงความรู้สึกกับลูกค้าของเรา เราพยายามแทรกงานศิลปะ วัฒนธรรม และการเดินทางเข้าไปในประสบการณ์ที่เราจะมอบให้พวกเขา เราอยากให้พวกเขารู้สึกดื่มด่ำ แบ่งปันเรื่องราวกับคนที่เขารัก และเราก็อยากให้สิ่งที่เรามอบให้นั้นงดงามอยู่ในความทรงจำของพวกเขาตลอดไป

 

 

Article

V: อีกหนึ่งดีเอ็นเอของเมซงคือการเฉลิมฉลองความเป็นผู้หญิงด้วยใช่ไหม

L: ใช่เลย เราเคยทำวิจัยพบว่าลูกค้าผู้หญิงของเรามักจะบอกว่าที่เลือกจิวเวลรีของบุลการีเพราะใส่แล้วรู้สึกมีพลัง นั่นทำให้ฉันรู้สึกมีพลังเช่นกัน (หัวเราะ) พวกเธอบอกว่าเครื่องประดับของเราทำให้รู้สึกแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เครื่องประดับของเราไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความสำเร็จที่พวกเธอสร้างขึ้นด้วยตัวเอง ฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่ผู้หญิงยุคนี้ให้ความสำคัญที่สุด

 

 

Article

V: ถ้าให้นิยามความเป็นผู้หญิงของบุลการีด้วยคำ 3 คำ

 L: Talented (เก่ง), Self-determinated (ชัดเจนในตัวเอง) และ Magnetic (มีเสน่ห์ดึงดูดใจ)

 

V: สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ที่ติดตามเครื่องประดับชั้นสูงของบุลการี

L: การได้มาสัมผัสคอลเล็กชั่น 'Polychroma' ก็เหมือนกับการก้าวเข้าสู่จักรวาลที่มั่งคั่งไปด้วยสีสันของบุลการี คุณจะได้สัมผัสกับการสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยความงดงาม ได้สัมผัสกับอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย รวมไปถึงการค้นพบใหม่ๆ ในทุกย่างก้าวที่คุณเข้าไปสัมผัส

 

(สามารถอ่านเรื่อง ถอดลุค! แขกคนสำคัญของ BVLGARI สวมจิวเวลรีชั้นสูงคอลเล็กชั่นล่าสุด 'Polychroma' ได้ที่นี่)