Vogue Thailand

FASHION

กระเป๋า BVLGARI ในฐานะวัตถุแห่งเรื่องเล่า บทใหม่ของงานคราฟต์จากคอลเล็กชั่น ‘Icon Minodière’

คอลเล็กชั่น 'Icon Minodière' เปลี่ยนกระเป๋าราตรีขนาดกระทัดรัด ให้กลายเป็นวัตถุศิลปะ หลอมรวมงานวัฒนธรรมและมรดกเมซงไว้ในหนึ่งเดียว พร้อม 5 ไอคอนหญิงระดับโลกที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองผ่านแคมเปญครั้งนี้

05 กุมภาพันธ์ 2569

     แคมเปญ ‘Bvlgari Icon Minodière Collection’ จาก Bvlgari เปิดตัวภายใต้แนวคิด ‘Carrying Culture’ ที่ตั้งคำถามอย่างชาญฉลาดว่ากระเป๋าใบเล็กที่แม้แต่โทรศัพท์ยังใส่ไม่ได้ จะพกพาอะไรได้บ้าง และคำตอบคือ 'วัฒนธรรม' ผ่านกระเป๋ามิโนดิแยร์ขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบโดย ‘Mary Katrantzou’ ให้กลายเป็นแอ็กเซสซอรี่ที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์ การเล่าเรื่อง และมรดกของ Bvlgari เข้าไว้ด้วยกัน โดยแคมเปญนี้ถ่ายทอดผ่านหนังสือขนาดเล็กทั้ง 5 เล่ม ที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับกระเป๋าแต่ละใบ ถ่ายทอดผ่านเหล่าไอคอนหญิงผู้ทรงอิทธิพล ได้แก่ ’Chimamanda Ngozi Adichie', 'Linda Evangelista’, 'Kim Ji-won’, 'Isabella Rossellini' และ 'Sumayya Vally' ผ่านเรื่องราวชีวิตและมุมมองของตนเอง ตอกย้ำจุดยืนของ Bvlgari ในการยกย่องพลังของผู้หญิงในฐานะผู้สืบทอดและส่งต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่นอย่างสง่างาม

 

 

Article

     ผลงานทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นนี้ผลิตในจำนวนจำกัด และสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านอัญมณีศาสตร์ของ Bvlgari ที่ก้าวข้ามขอบเขตจากจิวเวลรีสู่โลกของเครื่องหนังได้อย่างแนบเนียน ถือเป็นครั้งแรกที่เสน่ห์แบบจิวเวลรีชั้นสูงถูกตีความใหม่ในรูปแบบกระเป๋าที่สามารถใช้งานได้จริง และยังคงความรู้สึกดุจอัญมณีล้ำค่าที่ถืออยู่ในมือ โดยกระเป๋าแต่ละรุ่นได้รับแรงบันดาลใจจากชิ้นงานอาร์ไคฟ์ของแบรนด์ นำสัดส่วนดั้งเดิมของจิวเวลรีมานำเสนอทั้งรุ่นมิโนดิแยร์ทรงกล่องขนาดเล็กสำหรับงานราตรี และรุ่น Miniature Vanity

 

 

     ในเชิงดีไซน์ แต่ละใบคือบทสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ผ่านการตีความเฮาส์ไอคอนของแบรนด์อย่างร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น 'Monete' ที่หยิบแรงบันดาลใจจากเหรียญโรมันโบราณมาสร้างใหม่พร้อมกรอบอีนาเมลหรูหรา

 

 

     'Tubogas' ที่ถ่ายทอดเส้นสายโลหะโค้งไหลลื่นคล้ายลำตัวงู บนกระเป๋าหนังทรงไข่สีขาวและดำ

 

 

     'Divas’ Dream' ที่สะท้อนลวดลายโมเสกจากโรงอาบน้ำ Baths of Caracalla

 

 

     'BVLGARI BVLGARI' ที่โดดเด่นด้วยโลโก้คู่และเทคนิค Intarsia ติดเปลือกหอยมุกด้วยมือ ให้กระเป๋าใบนี้คล้ายกับประกายเพชรแวววาว

 

 

     ไปจนถึง 'Serpenti' อันเป็นตำนานของเมซง ทั้งหมดถูกรังสรรค์ด้วยเทคนิคระดับจิวเวลรีชั้นสูง ตั้งแต่การหล่อแบบขี้ผึ้งหาย งานลงยาเพนต์มือแต่และช่องของเกล็ดงู และการประดับอัญมณี มาพร้อมสายโซ่อันเลืื่อนไหล เปลี่ยนกระเป๋าใบเล็กให้กลายเป็นงานศิลปะที่บรรจุทั้งเรื่องราว ความทรงจำ และคุณค่าทางวัฒนธรรมไว้ในทุกการถือครอง

 

(สามารถอ่านเรื่อง เจาะลึกเรือนเวลา Tubogas Manchette ไฮไลต์นาฬิกาจิวเวลรีจาก Bvlgari ใน LVMH Watch Week 2026 ได้ที่นี่)

รูปภาพ และ ข้อมูล : Courtesy of Bvlgari
TAGS : Bvlgari