“หน้าอกหย่อนคล้อย” ไม่ได้เป็นเกิดแค่กับคนที่อายุเยอะเท่านั้น สาวๆ วัยรุ่นหรือคุณแม่วัยทำงานก็เจอกับปัญหานี้ได้เช่นกัน เพราะมันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม น้ำหนักขึ้นลงบ่อยๆ การให้นมบุตร หรือแม้แต่การไม่สวมเสื้อในเป็นเวลานานๆ
ปัญหาที่ตามมาอันเนื่องมาจากหน้าอกหย่อนคล้อยคือความรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตนเอง มีความคิดแง่ลบ มองว่าตัวเองใส่เสื้อผ้าอะไรก็ไม่สวย อย่าปล่อยให้ให้ปัญหานี้กัดกินใจไปเรื่อยๆ จนไม่กล้าแต่วตัว โดยหนทางแก้ที่ง่ายที่สุดคือการเลือกใส่บราหรือเสื้อในที่ช่วยพยุงหน้าอกให้กระชับ ซึ่งจะมีวิธีเลือกอย่างไรนั้น โว้กจะมาแชร์กันในบทความนี้

หน้าอกหย่อนคล้อยมีลักษณะเป็นอย่างไร?
หน้าอกหย่อนคล้อย หรือที่เรียกว่า “Breast Ptosis” คือภาวะที่เนื้อหน้าอกเริ่มสูญเสียความกระชับและหย่อนลงมาจากตำแหน่งเดิม ซึ่งสามารถเกิดได้จากอายุที่มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว หรือแม้กระทั่งไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เช่น ไม่ใส่เสื้อในออกกำลังกาย หรือใส่บราที่ไม่กระชับพอดี เล็กเกินไปหรือหลวมเกินไป ไม่ซัพพอร์ตเต้านม

หน้าอกหย่อนคล้อยวัดได้อย่างไร?
หลายคนอาจสงสัยว่าหน้าอก ของตัวเองนั้นเข้าข่ายหย่อนคล้อยมากน้อยแค่ไหน เพราะในชีวิตจริงหน้าอกผู้หญิงมีหลากหลายรูปทรงและระดับความกระชับแตกต่างกัน ซึ่งสามารถเช็กได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยทำได้ 2 วิธี ดังนี้
1. ยืนตัวตรงตามปกติหน้ากระจก แล้วสังเกตตำแหน่งของหัวนม เทียบกับแนวฐานหน้าอก หากหัวนมยังอยู่เหนือแนวฐานหน้าอกถือว่ายังไม่หย่อน แต่ถ้าหัวนมอยู่ระดับเดียวกับฐานอกถือว่าหย่อนระดับ 1 (หย่อนเล็กน้อย) หากต่ำกว่าฐานอกแต่ยังเหนือปลายเต้านม คือระดับ 2 (หย่อนปานกลาง) และถ้าหัวนมต่ำกว่าทั้งแนวฐานอกและปลายเต้านมจะถือว่าเป็นระดับ 3 (หย่อนมาก)
2. วัดด้วยการใช้ดินสอ (Pencil Test) โดยให้ลองวางดินสอแนบใต้เต้านม หน้าอกที่ยังไม่หย่อนคล้อยจะต้องหนีบดินสอไว้ไม่ได้ แต่ถ้าหากดินสอไม่หล่น แสดงว่าเต้านมมีหย่อนคล้อยจนสามารถหนีบดินสอไว้ได้นั่นเอง

วิธีเลือกบราหรือเสื้อในสำหรับคนที่มีหน้าอกหย่อนคล้อย
การเลือกบราให้เหมาะกับรูปทรงหน้าอก โดยเฉพาะในกรณีที่หน้าอกหย่อนคล้อยนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพและความมั่นใจในระยะยาวด้วย เพราะบราที่เหมาะสมจะช่วยพยุงเต้านม ใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจ ไปจนถึงปรับบุคลิกให้หลังตรง และลดอาการปวดหลัง
1. เลือกทรงบราที่ช่วยพยุงได้ดี เช่น Full Cup หรือ Full Support : บราทรงครอบเต็มเต้าจะช่วยโอบกระชับหน้าอกได้ดีที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีเนื้อหน้าอกส่วนล่างหรือด้านข้างมาก ช่วยไม่ให้หน้าอกล้นหรือห้อย
2. ใช้บรามีโครงเพื่อช่วยยกและจัดทรง : โครงลวดด้านล่างช่วยเสริมแรงพยุง ทำให้เต้านมดูยกขึ้น เหมาะมากกับคนที่มีหน้าอกหย่อนช่วงล่าง
3. บราที่มีฟองน้ำแบบขึ้นทรง (Molded Cup) : บราบางรุ่นไม่มีโครง แต่มีฟองน้ำขึ้นทรงที่ช่วยปรับรูปหน้าอกให้ดูแน่น กระชับ และได้สัดส่วนมากขึ้น
4. สายบราควรกว้าง : สายบราเส้นบางๆ จะทำให้รู้สึกเจ็บไหล่ ฉะนั้นควรเลือกสายบราที่มีความกว้าง 1.5 - 2.5 ซม. ขึ้นไป เพื่อรองรับน้ำหนักโดยไม่กดบ่า พร้อมช่วยประคองหน้าอกให้ดูสูงขึ้น
5. หากหน้าอกใหญ่และหย่อนให้เลือกบราแบบ Minimizer: บราประเภทนี้ออกแบบมาให้กระจายเนื้อหน้าอก ทำให้หน้าอกดูเล็กลงและแบนราบขึ้น ช่วยให้คนที่มีหน้าอกใหญ่มีความกระชับขึ้น หุ่นดูเพรียวขึ้น
6. ทำจากผ้ายืดและตะขอหลังกว้าง: ควรเลือกบราที่ใช้ผ้ายืดที่จะมีแรงพยุงหน้าอก ไม่ย้วยง่าย และตะขอด้านหลังควรเลือกแบบ 3 แถวขึ้นไป เพราะตะขอที่กว้างจะช่วยกระจายแรงตึงจากสายบราได้ดี
7. ใส่สปอร์ตบราเมื่อออกกำลังกาย : สปอร์ตบรามักมาพร้อมความกระชับกำลังดี ไม่รัดแน่นเกินไป ช่วยให้หน้าอกไม่เด้งตัวมาก โดยเฉพาะเวลาออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายตลอด
8. เปลี่ยนบราเมื่อหมดอายุการใช้งาน : บราจะเสื่อมสภาพได้ตามเวลา ไม่ว่าจะเป็นยางยืดหรือโครงด้านใน หากใส่นานเกินอายุการใช้งาน บราอาจไม่สามารถพยุงหน้าอกได้ดีเท่าที่ควร




