ตั้งแต่เมซง Boucheron ก่อตั้งขึ้น ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์เครื่องประดับใหม่ๆ ให้โลกได้ชื่นชม หนึ่งในคอลเล็กชั่นไอคอนิกที่สะท้อนจิตวิญญาณของเมซงได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ 'Quatre' ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2004 ด้วยแนวคิดการนำลวดลายและผิวสัมผัส 4 แบบมารวมไว้บนแหวนวงเดียว ดีไซน์ที่มองเผินๆ อาจดูเรียบง่ายด้วยเลเยอร์ซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ กลับซ่อนความหมายอันลึกซึ้งของประวัติศาสตร์ งานฝีมือ และตัวตนของเมซงที่มีอายุเกือบ 170 ปี โว้กจึงชวนถอดรหัสว่าอะไรคือเบื้องหลังของ 'Quatre' และเหตุใดจิวเวลรีคอลเล็กชั่นนี้จึงยังคงร่วมสมัยและก้าวล้ำได้ในทุกยุคสมัย
หัวใจของคอลเล็กชั่น 'Quatre' คือการรวบรวม 'มรดกแห่งความสำเร็จ' ของ Boucheron ผ่านลวดลายทั้ง 4 ซึ่งถูกค้นพบและคัดเลือกจากแผนกจัดเก็บเอกสารสำคัญและตัวอย่างผลงานในอาร์ไคฟของเมซง ลวดลายแต่ละแบบไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงองค์ประกอบทางดีไซน์ แต่เป็นบทบันทึกของการเดินทาง ความทรงจำ และรากเหง้าทางความคิดสร้างสรรค์ที่หล่อหลอม Boucheron มาตั้งแต่วันแรก

Grosgrain
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวลวดลายแรกได้รับแรงบันดาลใจจากร่องหยักของริบบิ้นกรอสเกรน ซึ่งปรากฏในประวัติศาสตร์ของเมซงตั้งแต่ทศวรรษ 1860 และถูกนำกลับมาตีความใหม่เพื่อยกย่องบิดาของเฟรเดริก บูเชอรง ผู้ก่อตั้งเมซง ซึ่งทำงานเป็นพ่อค้าผ้า รายละเอียดเล็กๆ นี้จึงเปรียบเสมือนการรำลึกถึงรากเหง้า มรดกโอตกูตูร์ และสายสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นกับเครื่องประดับที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของ Boucheron อย่างลึกซึ้ง

Line of Diamonds
ถัดมาคืองานฝังเพชรแถวเดี่ยว สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์ของเมซง รายละเอียดนี้ปรากฏในผลงานของ Boucheron มาตั้งแต่ปี 1892 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการพลิกแพลงแสงและความเปล่งประกายของเพชรได้อย่างชาญฉลาด Line of Diamonds สื่อถึงความงามอมตะและยังเป็นการสะท้อนความกล้าที่จะทดลองและพัฒนางานฝีมืออย่างไม่หยุดนิ่ง

Clou de Paris
ลวดลายที่สาม Clou de Paris ได้แรงบันดาลใจจากอิฐปูพื้นบนจัตุรัสว็องโดม กรุงปารีส ซึ่งปรากฏบนเครื่องประดับของ Boucheron ครั้งแรกในปี 1911 ลวดลายเรขาคณิตที่ดูแข็งแรงนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอาคารประวัติศาสตร์เลขที่ 26 จัตุรัสว็องโดม ที่ตั้งของบูติกและสำนักงานใหญ่แห่งแรกของเมซง เป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันระหว่าง Boucheron กับปารีส เมืองแห่งศิลปะ สถาปัตยกรรม และความหรูหราเหนือกาลเวลา

Double Godron
ปิดท้ายด้วยลวดลายวงแหวนประกบคู่ ที่ดัดแปลงจากรายละเอียดร่องรางในงานสถาปัตยกรรมตกแต่ง ปรากฏครั้งแรกในแหวนปลอกมีดยกลายนูนคู่ขนานช่วงทศวรรษ 1860 รายละเอียดนี้สะท้อนบทบาทของสถาปัตยกรรมในฐานะแรงบันดาลใจสำคัญของเมซง ขณะเดียวกัน วงแหวนคู่ยังสื่อถึงการอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความไม่สิ้นสุด หรือ Infinity ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน
ในด้านหัตถศิลป์ Boucheron ใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหล่อทองคำให้ได้สัดส่วนที่สมบูรณ์ ไปจนถึงการประกอบลวดลายทั้ง 4 ให้ประกบกันอย่างแม่นยำด้วยกรรมวิธีอัดประกอบ แทนการติดกาวหรือบัดกรี เสียงคลิกเบาๆ ในขั้นตอนสุดท้ายจึงกลายเป็นสัญญาณแห่งความสมบูรณ์แบบของงานฝีมือ ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำสูงสุด เพื่อรักษามาตรฐานนี้ เมซงยังนำวิทยาการดิจิทัลเข้ามาเสริมหัตถศิลป์อย่างต่อเนื่อง และเดินหน้าทดลองนวัตกรรมใหม่ผ่าน 'Innovation Capsule' ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ภายใต้การนำของ Claire Choisne ซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณของผู้บุกเบิก และทำให้ 'Quatre' ยังคงเป็นคอลเล็กชั่นที่ไม่หยุดนิ่ง แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสองทศวรรษ

Boucheron เปิด ‘บ้านบูเชอรง’ ถ่ายทอดจิตวิญญาณไฮจิเวลรีจากปารีสสู่กรุงเทพฯ

Boucheron เปิดคลังมรดก! นำผลงานประวัติศาสตร์กว่า 40 ชิ้นมาจัดแสดงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แมวผู้เป็นมิวซ์! ทำความรู้จัก 'Wladimir' แมวที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Boucheron รังสรรค์จิวเวลรีชั้นสูง

Boucheron นำเสนอแคมเปญ ‘Winter Wonderland’ ต้อนรับเทศกาลฤดูหนาวไปพร้อมกับเหล่าแอมบาสเดอร์ของเมซง

