Forbes ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Beyoncé ในวัย 44 ปี ก้าวขึ้นสู่สถานะ ‘มหาเศรษฐี’ อย่างเป็นทางการ กลายเป็นศิลปินจากอุตสาหกรรมดนตรีคนที่ 5 ของโลกที่ติดอันดับมหาเศรษฐีระดับตัวเลข 10 หลัก เช่นเดียวกับ Taylor Swift, Rihanna, Bruce Springsteen และ Jay-Z สามีของเธอ ซึ่ง Forbes ประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท
ความสำเร็จครั้งนี้มาจากการตัดสินใจพลิกบทบาททางดนตรีอย่างกล้าหาญของเธอในอัลบั้ม ‘Cowboy Carter’ ที่ปล่อยในปี 2024 สร้างรายได้มหาศาลจากทัวร์คอนเสิร์ต ซึ่ง Forbes ประเมินได้ว่างานนี้สร้างยอดขายบัตรได้มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ และมียอดขายสินค้าที่ระลึกเพิ่มเติมอีกกว่า 50 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ Beyoncé ยังสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการแสดงช่วงพักครึ่งในเกม NFL วันคริสต์มาส ที่ Netflix มาถ่ายทอดสดเป็นครั้งแรก โดย Forbes ประเมินมูลค่าดีลรวมอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งรายได้จากงานแคมเปญโฆษณา Levi’s อีกประมาณ 10 ล้านดอลลาร์
ไม่หมดเพียงเท่านั้น การที่เธอถือครองลิขสิทธิ์ผลงานเพลงผ่าน Parkwood Entertainment บริษัทด้านงานบันเทิงครบวงจรที่เธอสร้างขึ้น รวมถึงดีลธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ อีกมากมาย สะท้อนให้เห็นว่า Beyoncé เป็นศิลปินระดับโลกที่ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องการถ่ายทอดวัฒนธรรมป๊อป การสร้างอัตลักษณ์ และที่สำคัญคือบทบาทเชิงธุรกิจที่มีตัวเลขระดับพันล้านเป็นเครื่องหมายการันตีอย่างเป็นประจักษ์

พูดคุยกับ Lorenzo Bertelli แห่ง Prada กับพันธกิจ ‘Sea Beyond’ บทบาทใหม่ของแฟชั่นควบคู่ความยั่งยืน

‘Cowboy Carter Tour’ จาก Beyoncé ขึ้นแท่นทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 2025

Lady Gaga ยืนยัน! ภาคต่อเพลง Telephone ที่เคยร่วมงานกับ Beyoncé กำลังจะเกิดขึ้นแน่นอน

VOGUE SCOOP | ย้อนเส้นทาง Beyoncé กับ 16 ปีอันยาวนาน กว่าจะได้ครอบครอง 'Album of the Year'

