ในโลกของจิวเวลรีชั้นสูง อัญมณีเจียระไนมักครองพื้นที่ด้วยประกายแวววาว แต่ในช่วงหลังมานี้หลายเมซงจิวเวลรีระดับโลกหันกลับมาหา 'ลูกปัดหิน' ที่ขัดให้เงาเรียบ โดยไม่ถูกตัดแต่งให้สูญเสียธรรมชาติของตัวเอง ลูกปัดหินสร้างมิติที่ต่างออกไป พื้นผิวกลมมนเรียบเนียนให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับโลกธรรมชาติมากกว่าการเจียระไนให้ได้รูปทรงและเหลี่ยมมุมที่ต้องการ โว้กจึงรวบรวมเหล่าสร้อยคอลูกปัดหิน ไม่ว่าจะเป็นหยกสีเขียวหรือทัวร์มาลีนที่ไล่สีอย่างเป็นธรรมชาติเป็นต้น หินแต่ละชนิดถูกคัดสรรจากแหล่งที่ให้สีสม่ำเสมอและเนื้อหินสะอาด ก่อนนำมาร้อยเรียงอย่างบรรจง ผลลัพธ์คือชิ้นงานที่มีจังหวะของสีสันลวดลาย ดึงความมินิมัลเรียบหรูให้กับดีไซน์ และมีเสน่ห์แบบที่เพชรก็ให้ไม่ได้

‘Bird on a Rock’ จิวเวลรีสุดไอคอนิกของ Tiffany & Co. ที่เดินทางข้ามเวลามาถึงคอลเล็กชั่น 'Blue Book 2026: Hidden Garden Spring' ในรูปแบบที่งดงามกว่าเดิม นกน้อยประดับเพชรยังคงเกาะนิ่งบนอะความารีนทรงคูชชั่นสีนํ้าทะเล แต่สิ่งที่ยกระดับชิ้นนี้ขึ้นอีกขั้นคือลูกปัดคริโซเพรสจากบราซิลที่ถูกเรียงเป็นฉากหลังสีเขียว ดึงให้อะความารีนออกมาให้เด่นขึ้น โดยไม่แย่งซีน ขณะที่ทับทิมและเพชรกระจายแสงอยู่โดยรอบ ชิ้นงานยังออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นสร้อยคอหรือเข็มกลัดได้

ในบทที่ 2 ของจิวเวลรีจาก Cartier คอลเล็กชั่น 'En Équilibre Cartier' นำเสนอ 'Divita' ที่เล่นกับสมดุลของสีและพื้นผิว กลุ่มหินสปิเนลทรงคูชชั่นรวม 9 เม็ด น้ำหนักรวม 20.41 กะรัต ถูกจัดวางเคียงคู่กับโอปอลดำจากออสเตรเลียที่มีเงาสีรุ้งเปลี่ยนไปตามแสง สายสร้อยคือลูกปัดหยกสีฟ้าอมเขียวจัดวางสลับกับเพชรเพิ่มความแวววาวและสมดุล ก่อนนำไปสู่ทัวร์มาลีนที่ไล่ระดับสีในโทนแบบ Botanical เขียว, ม่วง, ชมพู ให้ได้สีสันราวกับสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ปิดจบด้วยจี้ทรงพู่ที่ห้อยอยู่ปลายสร้อยเพิ่มความอ่อนช้อยให้ชิ้นงาน

'Swinging Sautoir Watch' จาก Piaget หยิบเอาจิตวิญญาณของ Sautoir Watch ปี 1969 กลับมาในรูปแบบที่สดใหม่ภายใต้คอลเล็กชั่น 'Essence of Extravaganza' ตัวเรือนทรง Trapeze กว้าง 29 มม. ประดับหน้าปัดสีเขียว เทอร์ควอยซ์ถูกแขวนอยู่ปลายสร้อยที่ทอด้วยลูกปัดมาลาไคต์และเทอร์ควอซ์สลับกัน สร้างการไล่เฉดสีเขียวที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้นแซปไฟร์สีเหลืองจากศรีลังกา 29.24 กะรัตและอะความารีนคอยเพิ่มประกาย ขณะที่ลูกปัดหินทำหน้าที่เชื่อมให้ทุกองค์ประกอบไหลเป็นหนึ่งเดียว ชิ้นงานสามารถถอดชิ้นส่วนปรับเป็นนาฬิกาได้อย่างมีสไตล์

Hermès ตั้งชื่อให้สร้อยคอชิ้นนี้ว่า 'Supracolour' และชิ้นงานก็สมชื่อ สร้อยคอเส้นนี้ทอจากลูกปัดหินหลายชนิดที่คัดมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งมูนสโตนสีขาวนวล, สปิเนล, โมรา, โรสควอตซ์ และทัวร์มาลีน รวมกันเป็นสเปกตรัมสีที่อ่อนหวานแต่ชัดเจน ใจกลางคือควอตซ์รูทิเลตทรงสามเหลี่ยม 18.41 กะรัต ที่ภายในมีเส้นทองธรรมชาติพาดผ่านอย่างงดงาม ล้อมกรอบด้วยเพชรทรงเดียวกันบนไวต์โกลด์และแพลทินัมความพิเศษของชิ้นงานนี้อยู่ที่การให้ลูกปัดหินธรรมชาติเล่าเรื่องสี ขณะที่อัญมณีเจียระไนเม็ดกลางทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของแถบสีที่สาดส่อง

'Bouton d’or Necklace' ดอกทองพฤกษ์ คือแรงบันดาลใจที่ Van Cleef & Arpels นำมาตีความผ่านเส้นโค้งของโมทีฟ Paillette ทรงกระดุมที่มีความเว้า-นูนที่มีความโค้งมน เน้นความอ่อนช้อยและกราฟิกที่สมดุล สร้อยคอเส้นนี้บนเยลโลว์โกลด์ 18K ประกอบด้วยคริโซเพรส 30 เม็ดที่ให้สีเขียวสดอบอุ่นสลับกับโอนิกซ์ 51 เม็ดที่เข้มและหนักแน่น ขับเน้นซึ่งกันและกันอย่างชาญฉลาด เพชรกลม 186 เม็ด กระจายแสงอยู่ท่ามกลางลูกปัดหินเหล่านั้น ผลลัพธ์คือสร้อยคอที่มีทั้งความสนุกและความหรูหรา เบาสบายในรูปทรงแต่หนักแน่นในความหมาย

VOGUE BIJOUX | Beauty in Becoming สำรวจจิวเวลรีรูป 'ดอกบัว' สัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ในมู้ดวินเทจ!

VOGUE BIJOUX | Melting Moments อากาศร้อนจนจิวเวลรีละลาย! รวมจิวเวลรีดีไซน์ ‘เหลว’ รับหน้าร้อน

VOGUE BIJOUX | Bling Ladybug พาสำรวจ 6 จิวเวลรีรูป ‘เต่าทอง’ ที่ถ่ายทอดธรรมชาติสู่เครื่องประดับ

VOGUE BIJOUX | Geometry of Nature เมื่อธรรมชาติถูกแปลงเป็นเรขาคณิตบนจิวเวลรี

