ภาพแคมเปญ Balenciaga FW26

FASHION

Clair-Obscur คืออะไร? ถอดรหัสศิลปะแสงและเงา ที่ซ่อนอยู่ในแคมเปญ Balenciaga FW26

เปิดเรื่องราวเบื้องหลัง ภาพถ่ายแคมเปญ Balenciaga คอลเล็กชั่น 'ClairObscur' โดย 'Pierpaolo Piccioli'

02 กันยายน 2569

3 ไฮไลต์จากแคมเปญ Balenciaga คอลเล็กชั่น Clair-Obscur

  • Clair-Obscur ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า 'สว่าง-มืด' ตรงกับคำว่า Chiaroscuro ในภาษาอิตาเลียน เทคนิคการตัดกันของแสงและเงา เพื่อสร้างมิติ ความลึก และอารมณ์ในภาพ
  • เทคนิค Clair-Obscur พัฒนาและได้รับความนิยมอย่างสูง ในยุค High Renaissance และ Baroque โดยศิลปินชั้นครูอย่าง 'Leonardo da Vinci', 'Caravaggio' และ 'Rembrandt'
  • 'Pierpaolo Piccioli' ได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากความขัดแย้งระหว่างความมืดและความสว่าง มาสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้า คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 และภาพถ่ายแคมเปญประจำซีซั่น

     ศิลปะกับแฟชั่นเป็นของคู่กัน ที่มักจุดประกายแรงบันดาลใจใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะในภาพถ่ายแคมเปญ Balenciaga คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 ภายใต้การสร้างสรรค์ของ 'Pierpaolo Piccioli' ที่ได้หยิบยกเทคนิคดั้งเดิมอย่าง 'Clair-Obscur' มาตีความใหม่ในแบบฉบับแฟชั่นลักชัวรี

     โดย 'Clair-Obscur' ภาษาฝรั่งเศสแปลตรงตัวว่า 'สว่าง-มืด' ซึ่งมีรากฐานมาตั้งแต่ยุคสมัย High Renaissance และได้รับความนิยมต่อเนื่องจนถึงยุค Baroque ช่วงศตวรรษที่ 17 ที่เริ่มต้นจากการใช้ถ่านร่างภาพ ร่วมกับสีกวอชสีขาวบนกระดาษโทนสี เพื่อเน้นน้ำหนักแสงเงาให้วัตถุสองมิติดูมีปริมาตร สมจริง และมีมิติความลึก อย่างที่ศิลปินมากฝีมืออย่าง 'Leonardo da Vinci', 'Caravaggio' และ 'Rembrandt' ต่างใช้เทคนิคนี้ในการควบคุมทิศทางแสง เพื่อดึงดูดสายตา ดึงอารมณ์ความรู้สึกที่เข้มข้น และดึงตัวตนของแบบให้โดดเด่นออกมาจากพื้นหลังที่มืดมิด

การตีความใหม่ใน Balenciaga คอลเล็กชั่น 'ClairObscur'

     ภาพถ่ายแคมเปญ Balenciaga คอลเล็กชั่น 'ClairObscur' ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 บันทึกโดยช่างภาพ 'Robin Galiegue' ร่วมด้วยเหล่าซูเปอร์โมเดลอย่าง 'Dara Gueye', 'Liu Wen' และ 'Anok Yai' พร้อมการประยุกต์ใช้เทคนิค 'Clair-Obscur' ผ่านการจัดแสงและเงาของรูปถ่าย ควบคู่ไปกับโครงสร้างของเสื้อผ้าเอาต์เตอร์แวร์ ที่โดดเด่นด้วยดีเทลคอปกสูง และช่วงไหล่โค้งมน พร้อมการแทรกเฉดสีสันสะดุดตาอย่าง Acid-bright ท่ามกลางพาเลตต์สีโทนเข้ม ก่อนคอมพลีตลุคด้วยเครื่องประดับ และกระเป๋ารุ่นไฮไลต์อย่าง Hourglass Avenue รวมถึง Le 7 Bowling Bag ที่ตั้งชื่อตามเขต 7 ของกรุงปารีส ตลอดจนรองเท้ารุ่น Bloom Pump และ Midnight City Mule ที่ยังคงรักษาดีเอ็นเอของ 'Cristóbal Balenciaga' ผู้ก่อตั้งแบรนด์ไว้ได้อย่างชัดเจน

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'Balenciaga' ได้ที่ (รวบลุคเดบิวต์คอลเล็กชั่นโอตกูตูร์ของ 'Pierpaolo Piccioli' ภายใต้ชายคา Balenciaga)

ภาพ : Courtesy of Balenciaga