ในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และความคาดหวังที่ต้องแบกรับ บางครั้งเราอาจเหนื่อยจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร นอกจากพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมทำแล้ว เราว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ควรลองทำเลยคือ Art Therapy หรือศิลปะบำบัด ที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสำรวจความรู้สึกจิตใจ หัวใจสำคัญเลยคือไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางศิลปะ เพราะศิลปะบำบัดไม่ได้เน้นความสวยงาม ทักษะฝีมือ หรือผลงานที่ออกมา เพราะว่าสิ่งสำคัญคือความรู้สึกและการถ่ายทอดขณะที่กำลังลงมือทำ
Art Therapy หรือศิลปะบำบัด เป็นรูปแบบหนึ่งของการดูแลจิตใจ (Psychotherapy) ที่นำเอากระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะ เช่น การวาดภาพ การระบายสี การปั้น หรือการคอลลาจ มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการสำรวจ อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก และสภาวะทางจิตใจของบุคคล หลายคนอาจคิดว่าศิลปะบำบัดต้องเป็นการวาดภาพหรือระบายสีเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปั้น การตัดแปะภาพ หรือการนำวัสดุต่างๆ มาสร้างสรรค์เป็นผลงานของตัวเอง กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเปิดโอกาสให้เราได้ถ่ายทอดความรู้สึกที่บางครั้งก็อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยาก การได้ใช้มือทำแทนสมอง อาจช่วยให้เราได้หยุดทบทวนความรู้สึกของตัวเองโดยไม่ต้องรีบหาคำตอบได้ดี

เครดิตภาพ: Pexels/ Vitaly Gariev
ประโยชน์ของ Art Therapy หลักๆ เลยก็เพื่อผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล ด้วยการเปลี่ยนการจดจ่อที่สมองไปที่มือแทน และช่วยให้เราเข้าใจและจัดการอารมณ์ตนเองได้ดีมากขึ้น ทำให้รู้จักตัวเองและความรู้สึกที่แท้จริงที่อาจซ่อนอยู่ ยังช่วยระบายอารมณ์อัดอั้น ปลดปล่อยอารมณ์โกรธ เสียใจ หรือความกลัว นอกจากจะช่วยเรื่องพลังงานลบแล้วยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจด้วย เพราะถือเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จึงช่วยสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองได้
มีงานวิจัยจากเหล่า Art Therapist ด้วยว่าการทำศิลปะบำบัดยังช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจได้ และนับเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่มีสภาวะ PTSD ผู้ที่ผ่านการสูญเสียหรือมีอาการบอบช้ำทางจิตใจมาก่อน ด้วยศิลปะไม่มีคำตอบที่ถูกผิด บางครั้งการได้ปล่อยใจไปกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า โดยไม่ต้องคาดหวังผลลัพธ์ ก็เป็นการปล่อยวางและสร้างความสุขเล็กๆ ที่ช่วยเติมพลังให้กับคนไข้ได้เช่นกัน

เครดิตภาพ: Pexels/ Vitaly Gariev
สำหรับใครที่อยากลองเริ่มต้นดูแลใจด้วยศิลปะ ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่หรือลงสมัครคลาสราคาแพง สามารถใช้กระดาษหนึ่งแผ่นกับสีที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว ลองใช้เวลาสัก 10–15 นาที วาดภาพตามอารมณ์ในวันนั้น ระบายสีโดยไม่ต้องกำหนดรูปแบบ หรือทำคอลลาจจากภาพที่รู้สึกชอบก็ได้ จะวาดออกมาเป็นรูปร่างหรือเป็นเพียงเส้นและสีก็ได้เช่นกัน สำคัญเลยคือพยายามปล่อยให้ใจสนุกไปกับสิ่งที่ทำโดยไม่ต้องเปรียบเทียบผลงานกับใคร เพราะช่วงเวลานี้ไม่ใช่การประกวดฝีมือว่าใครเก่งกว่าใคร แต่เป็นเวลาที่เราให้ตัวเองได้พักจากความวุ่นวายภายในจิตใจต่างหาก
อย่างไรก็ตาม การทำงานศิลปะเพื่อผ่อนคลายความเครียดด้วยตัวเอง กับการเข้ารับการบำบัดก็เป็นกระบวนการบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เหมือนกัน แม้การวาดภาพหรือระบายสีจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ แต่หากความเครียดหรือความทุกข์ใจเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ ในวันที่ต้องรับมือกับเรื่องต่างๆ มากมาย ลองแบ่งเวลาสักนิดให้ตัวเองได้ทำสิ่งที่ชอบโดยไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์บ้าง เพราะเราไม่จำเป็นต้องเก่งหรือทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา และบางทีการได้หยุดพักพร้อมรับฟังความรู้สึกของตัวเอง ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการดูแลจิตใจที่เราอาจจะมองข้ามไป
.webp)
ย้อนดู 5 เซตติ้งนอกสถานที่ของ Jacquemus ความลงตัวระหว่างศิลปะ แฟชั่น และธรรมชาติ

เจาะลึก ‘ศาสตร์แห่งความสยองขวัญ’ เมื่องานศิลปะแบบ 'Guillermo del Toro' คว้าออสการ์ไปถึง 3 รางวัล!

ทำความรู้จัก Vincent Bal ศิลปินผู้สร้างงานศิลปะสุดเจ๋งด้วยแสงเงาและลายเส้นเรียบง่าย


