Moschino จะเป็นอย่างไรต่อไปเมื่อ 'Adrian Appiolaza' ได้ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากทำหน้าที่กุมบังเหียน และสร้างสรรค์ผลงานให้กับแบรนด์ได้ราวสองปี โดยการประกาศลาออกในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์ และมรสุมทางการเงินครั้งใหญ่ของ Aeffe ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทแม่ที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย จากพิษเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบในวงกว้างในตลาดสินค้าลักชัวรี่
1 / 1
'Adrian Appiolaza'
วิกฤตเม็ดเงิน และผลประกอบการที่น่าใจหาย
สถานการณ์ภายในของกลุ่มทุน Aeffe จัดว่าอยู่ในขั้นวิกฤต จนต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ ภายใต้การดูแลของศาลอย่างใกล้ชิด โดยในปัจจุบันทางบริษัทกำลังเร่งดำเนินการจัดหา และแสวงหาผู้ซื้อรายใหม่เข้ามาถือหุ้นเพื่อกอบกู้กิจการ ซึ่งหนึ่งในแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงการพิจารณาข้อเสนอแบบไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย จากกลุ่มทุน Oxy Capital ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่นๆ เพื่อพยุงสถานะทางการเงินของเครือ ให้เดินหน้าต่อไปได้
ซึ่งหากพิจารณาจากผลประกอบการที่เปิดเผยออกมา จะพบว่าในครึ่งแรกของปี 2025 Aeffe ได้รายงานผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 28.5 ล้านยูโร จากยอดรายได้รวม 103 ล้านยูโร ซึ่งตัวเลขรายได้นี้คิดเป็นอัตราที่ลดตัวลงถึง 27% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า วิกฤตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้าง จากการชะลอตัวของตลาดสินค้าลักชัวรี่ทั่วโลก ที่ยืดเยื้อและทวีคูณความรุนแรงเข้าปีที่สามติดต่อกัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์ Moschino เนื่องจากโครงสร้างการสร้างรายได้ของแบรนด์ จำเป็นต้องพึ่งพายอดขายจากช่องทางการขายส่งเป็นหลัก จนกระทั่งก่อนหน้านี้ในปี 2024 Moschino จำเป็นต้องยอมตัดใจขายสิทธิ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำหอม และเครื่องสำอางให้แก่บริษัท Euroitalia ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตรายเดิม เพื่อนำเม็ดเงินมาประคอง และลดหนี้สินของแบรนด์เอาไว้
ย้อนรอยเส้นทางของ 'Adrian Appiolaza' ในรั้ว Moschino
'Adrian Appiolaza' ได้เข้ามาร่วมงานกับแบรนด์อย่างเป็นทางการในปี 2024 เพื่อรับไม้ต่อจาก 'Davide Renne' อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ผู้ล่วงลับ ที่เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันหลังเข้ารับตำแหน่งได้เพียงไม่กี่วัน โดยก่อนหน้านั้นแบรนด์ Moschino อยู่ภายใต้การดูแลของอดีตหัวเรือใหญ่ระดับตำนานอย่าง 'Jeremy Scott' ที่เคยวางรากฐาน และแนวทางของแบรนด์มายาวนานกว่าหนึ่งทศวรรษ
โดยตลอดระยะเวลาสองปี 'Adrian Appiolaza' ได้พยายามปฏิรูป และนำเสนอทิศทางใหม่ให้แก่แบรนด์ โดยมุ่งเน้นไปที่เสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ ที่มีความร่วมสมัย และสวมใส่ง่ายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งทำการลดทอนความจัดจ้าน ที่เคยเป็นภาพในยุคสมัยของ 'Jeremy Scott' ลง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงพยายามรักษาดีเอ็นเอความขี้เล่น ความขบถ และอารมณ์ขันอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Moschino เอาไว้อย่าง กระเป๋ารุ่น 'Tie Me' ทว่าท้ายที่สุดแล้วความพยายาม และการออกแบบดังกล่าว ก็ยังไม่สามารถต้านทานมรสุมทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากยอดขายที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องของบริษัทแม่ได้
ทิศทางในอนาคต
แม้ว่าบทบาทหน้าที่ของเขากับแบรนด์ Moschino จะต้องสิ้นสุดลง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 'Adrian Appiolaza' คือหนึ่งในดีไซเนอร์หนุ่มที่มีโปรไฟล์ และประสบการณ์การทำงานในโลกแฟชั่นที่โชกโชน และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยก่อนหน้าที่เขาจะก้าวเข้ามาร่วมงานกับ Moschino เขาเคยฝากฝังผลงานที่โดดเด่น ไว้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากมาย
- ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ที่ Loewe เป็นระยะเวลานานนับ 10 ปี ภายใต้ทิศทางการสร้างสรรค์ของ 'Jonathan Anderson'
- รับบทบาทในตำแหน่งเดียวกันที่ Chloé ภายใต้การนำของ 'Clare Waight Keller'
- มีโอกาสได้ร่วมงานกับ Louis Vuitton ในช่วงยุคทองภายใต้การนำของ 'Marc Jacobs'
การก้าวลงจากตำแหน่งของ 'Adrian Appiolaza' ในครั้งนี้ จึงทิ้งคำถามสำคัญ และกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองว่า ทิศทางในอนาคตของแบรนด์ Moschino ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง รวมถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทแม่ Aeffe จะดำเนินต่อไปในทิศทางใด และจะสามารถกระตุ้นยอดขายได้ไหม ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจโลก และพฤติกรรมของผู้บริโภคสินค้าลักชัวรี่ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ที่ติดขัดยิ่งกว่าการจราจรในเมืองใหญ่เสียอีก...
ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Moschino ได้ที่ (รวมทุกลุคจาก Moschino คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 การปะทะของรากเหง้ากับความเซอร์เรียลแสบสัน)

รวมทุกลุคจาก Moschino คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 การปะทะของรากเหง้ากับความเซอร์เรียลแสบสัน

KENG-NAMPING IN MILAN! บันทึกการของ ‘เก่ง-น้ำปิง’ ครั้งแรก ที่กรุงมิลานกับ Moschino



