ต้องมีรองเท้าส้นสูงกี่คู่ถึงจะพอต่อการแมตช์ได้หลากลุค? คำถามที่ยากจะหาคำตอบสำหรับสาวๆ ไม่ว่าจะยุคไหน เพราะเห็นรองเท้าส้นสูงสวยเก๋เมื่อไรก็ไม่พลาดช็อปเก็บเข้าคลังเสมอ ปัญหาที่ตามมาคือคู่ที่ไม่ได้ใส่นานๆ วัสดุก็มักจะเสียทรงหรือทำลายตัวเองตามกาลเวลาและต้องกลายเป็นขยะในที่สุด ดังนั้นเพื่อลดปัญหาทั้งซื้อมาเก็บและซื้อเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอคู่ที่ใช่ ต้องใช้กฎรองเท้าส้นสูง 3 สไตล์ที่มีไว้ได้ใส่บ่อยแน่
3 สไตล์รองเท้าส้นสูงแมตช์ง่าย
รองเท้าส้นสูงที่เห็นตามท้องตลาดที่มีหลากลวดลายหลายสไตล์จนทำให้เราช็อปคู่ที่ดูเหมือนกันเต็มไปหมด ลองจดลิสต์ 3 สไตล์นี้ไว้เป็นพื้นฐาน และลงทุนกับรองเท้าที่ใช้วัสดุคงทน จะได้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความทนทาน
1 / 3
ภาพ: Designed by Freepik
1.รองเท้าส้นสูงแบบพัมพ์
เก๋-ดูแพง-เป็นทางการคือเอกลักษณ์ที่ทำให้รองเท้าส้นสูงแบบพัมพ์ควรมีติดบ้าน รองเท้าส้นสูงแบบพัมพ์จะช่วยปิดหน้าเท้าให้ดูเรียว มีทั้งหัวรองเท้าแบบแหลม แบบหัวตัด และแบบหัวโค้งมนเป็นทรงอัลมอนด์ ถ้าหากต้องเลือกหนึ่งทรง หัวรองเท้าที่นิยมและใช้บ่อยที่สุดคือหัวโค้งมนทรงอัลมอนด์ เพราะไม่ดูแหลมเกินหรือโค้งมนเกินไป
สไตลิ่งอย่างไร? รองเท้าส้นสูงแบบพัมพ์แมตช์ได้กับทั้งลุคที่ใส่กางเกงขากระบอกตรงความยาวแตะหน้าเท้า กางเกงยีนส์ขายาวความยาวแตะหน้าเท้า รวมถึงชุดเดรสหรือชุดกระโปรงความยาวระดับเข่า จะได้ลุคที่เรียบร้อย ดูอ่อนหวาน เป็นทางการขึ้น
2 / 3
ภาพ: Designed by Freepik
2.รองเท้าส้นสูงสายคาด
วันสบายๆ ที่ยังอยากดูดีต้องมีรองเท้าส้นสูงสายคาด หรือ Strappy Heeled Sandal เป็นรองเท้าที่เหมาะกับการใส่เช้าจรดมืดแบบ Day to Night รองเท้าส้นสูงทรงนี้จะเปิดให้เห็นเท้าทำให้ความยาวของร่างกายท่อนล่างดูสูงขึ้น แต่มู้ดของลุคก็จะดูเก๋ แต่ไม่ถึงขั้นทางการ
สไตลิ่งอย่างไร? รองเท้าส้นสูงสาดคาดแมตช์ได้กับทั้งกางเกงขาสั้นที่สวมคู่กับเบลเซอร์ มินิเดรสความยาวเหนือเข่า
3 / 3
ภาพ: Designed by Freepik
3.รองเท้าส้นเตี้ย Kitten Heel
ใส่สวย-เดินสบายต้องรองเท้าส้นเตี้ยแบบ Kitten Heel ถือเป็นรองเท้าส้นสูงที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่ในเวลานี้ มีความสูงของส้นรองเท้าที่ประมาณ 1.5 ถึง 2 นิ้ว และมักจะเป็นแบบรัดส้นเท้าให้ รองเท้าส้นเตี้ยแบบนี้จะช่วยยกสัดส่วนให้ดูสูงขึ้น แต่ยังคงเดินสะดวกไม่เมื่อยเท้าเร็ว เหมาะกับวันทำงานที่ต้องการลุคทางการแบบไม่เจ็บเท้าหรือวันที่อยากเพิ่มความสูงเล็กน้อยแต่ยังเดินสะดวก
สไตลิ่งอย่างไร? รองเท้าส้นเตี้ย Kitten Heel เหมาะกับลุคเดรสยาวทรงตรง กระโปรงพลีทความยาวระดับเข่าและกางเกงยีนส์สีเข้ม
เลือกความสูงของรองเท้าอย่างไรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์
1.รองเท้าส้นเตี้ย (1.5 ถึง 2 นิ้ว)
เป็นระดับความสูงของรองเท้าทำงานยุคนี้ เพราะดูเก๋และเรียบร้อยในเวลาเดียวกัน
2.รองเท้าส้นสูงระดับกลาง (2.5 นิ้ว)
ระดับนี้เหมาะกับการออกงานทั่วไป เพราะทำให้ดูสูงสง่าขึ้นแบบไม่แปลกตาเกินไป
3.รองเท้าส้นสูงปกติ (3 ถึง 4 นิ้ว)
ระดับความสูงที่เหมาะกับการใส่ไปงานปาร์ตี้ หรืองานสำคัญที่ต้องจัดเต็มกับลุค จะทำให้ขาดูเรียวยาวขึ้นอย่างชัดเจนอีกด้วย แต่อาจต้องแลกกับอาการปวดเมื่อยสักหน่อย
4.รองเท้าส้นสูงแพลตฟอร์ม (5 นิ้วขึ้นไป)
รองเท้าที่มักถูกใช้เฉพาะกลุ่ม อย่างนางงาม หรือนางแบบรันเวย์ เพราะความสูงระดับนี้ทำให้การทรงตัวยากขึ้น
เทคนิคเลือกรองเท้าส้นสูงให้คุ้มค่าและการดูแลให้ใช้งานได้ยาวนาน
1.อยากคุ้มต้องลองก่อนเสมอ
หากทรงรองเท้าส้นสูงที่อยากได้เป็นทรงที่ไม่เคยใส่มาก่อน แนะนำให้ลองใส่ที่หน้าร้าน เพราะบางครั้งรองเท้าในรูปที่ดูสวย อาจจะไม่เข้ากับรูปทรงเท้าของเราก็เป็นได้ โดยเฉพาะรองเท้าส้นสูงทรงพัมพ์ปิดหน้าเท้า ส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหาบีบหน้าเท้าเกินไป ต้องเพิ่มไซซ์ หรือรองเท้าส้นสูงสายคาดที่มักจะทำให้เจ็บหน้าเท้า และทำให้คนเท้าใหญ่ดูเท้าแปลก
2.วัสดุที่ใช้
สองส่วนที่ต้องสังเกตคือผิวรองเท้าและพื้นรองเท้า เริ่มที่ผิวรองเท้า รูปแบบที่อายุการใช้งานนานมักจะเป็นหนังแท้คุณภาพสูง ทำความสะอาดง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน ถัดมาคือหนังเทียม PU ที่มีความทนทานรองลงมาพร้อมกับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น แต่หากเป็นหนังเทียม PVC มักจะมีอายุการใช้งานสั้น ทนความร้อนได้ไม่ดีและตัวหนังมีความแข็งมากกว่า ส่วนพื้นรองเท้าของรองเท้าส้นสูงมีทั้งพื้นหนังที่ใช้ในรองเท้าแบรนด์ลักชัวรี และพื้นยางหรือพื้นผสมในแบรนด์ทั่วไปที่เหมาะกับการใส่เดินวันทำงานและสึกยาก
3.สลับคู่ใส่บ่อยๆ
การสลับคู่ใส่จะทำให้รองเท้ามีความยืดหยุ่นและช่วยยืดอายุการใช้งานได้ระดับหนึ่ง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ แบบไม่หยิบมาใส่ กาวรวมถึงชิ้นส่วนหนังจะค่อยๆ หมดอายุการใช้งานและเริ่มหลุด-ลอกตามกาลเวลา

