ถึงแม้จะอำลาจอมาเกือบ 2 ทศวรรษแล้วตั้งแต่ปี 2004 แต่ดูเหมือนว่ากาลเวลาจะไม่สามารถทำอะไรซีรี่ส์ซิตคอมเรื่องนี้ได้ เพราะไม่ว่าเมื่อไร 'Friends' ผลงานการสร้างสรรค์ของ David Crane และ Marta Kauffman นำแสดงโดย 6 แคสติ้งอย่าง Jennifer Aniston, Courtney Cox, Lisa Kudrow, Matt LeBlanc, Matthew Perry, และ David Schwimmer ยังคงถูกกล่าวถึงอย่างไม่จบสิ้น หากย้อนกลับไปในช่วงที่ Friends ออกอากาศทางช่อง NBC ซิตคอมเรื่องนี้ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านรางวัลที่กวาดมาหมดแทบทุกสถาบันทั้ง Primetime Emmy Awards, American Comedy Award, GLAAD Media Award, Golden Globe Award, Screen Actors Guild Award และอีกมากมาย ส่วนด้านเรตติ้งและรายได้ Friends ก็ไม่น้อยหน้าใคร โดยแต่ละตอนมีผู้ชมเฉลี่ยมากกว่า 20 ล้านคน สร้างรายได้มหาศาลให้กับ Warner Bros. Television แม้กระทั่งในปัจจุบันค่าลิขสิทธิ์ที่ได้ก็ยังมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ส่งผลให้นักแสดงนำทั้ง 6 ยังคงได้ส่วนแบ่งปีละ 20 ล้านดอลลาร์โดยไม่ต้องทำอะไร ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้คือบทพิสูจน์ความเป็นตำนานของ Friends โดยที่ไม่มีใครทำลายสถิิติได้

Friends' หนึ่งในซิตคอมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นจุดกำเนิดตัวละคร Joey Tribbiani
แม้ว่า Friends จะเดินทางมาถึงตอนอวสานในปี 2004 แต่ด้วยความสำเร็จอันหอมหวานก็ส่งผลให้ทาง Warner Bros. Television นั้นไม่อยากให้แหล่งรายได้สำคัญสูญหายไป และพวกเขามีความเชื่อว่าน่าจะมีกลุ่มแฟนคลับ Friends จำนวนไม่น้อยที่ ‘มูฟออนไม่ได้’ อยากติดตามเรื่องราวของตัวละครที่รักต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่อยากให้มันจบลง นี่จึงเป็นที่มาของไอเดียการทำภาค 'Spin-Off' ของ Friends
อย่างไรก็ตามการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจาก David Crane และ Marta Kauffman สองหัวเรือใหญ่ผู้สร้างสรรค์ Friends รวมถึงนักแสดงนำเกือบทุกคนไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้โดยสิ้นเชิง เพราะพวกเขาคิดว่า Friends ถึงจุดอิ่มตัว อีกทั้งยังมีตอนจบที่สมบูรณ์แบบแล้ว การจะรื้อกลับมาทำต่อมีแต่จะทำให้สิ่งที่ดีอยู่กลับแย่ลง ยกเว้นเสียแต่ Matt LeBlanc ผู้รับบท Joey Tribbiani ที่ยังคงเต็มใจตอบรับข้อเสนอ เพราะเขาเองก็มั่นใจว่าเขาสามารถไปต่อกับตัวละครนี้ได้ ถึงแม้ว่าเหตุผลหลักจะเป็นเรื่องผลตอบแทนมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ก็ตาม

Joey (2004-2006)
เมื่อเงื่อนไขเป็นเช่นนี้ Warner Bros.Television จึงดึงตัว Kevin S. Bright ผู้ช่วยคนสำคัญของ David Crane และ Marta Kauffman ที่เคยร่วมสร้าง Friends มาเป็นหัวเรือใหญ่ในการสร้างภาค Spin-Off ของ Friends ในชื่อ Joey ซึ่งจะบอกเล่าเรื่องราวหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนสุดท้ายของเรื่องนี้เมื่อ Joey Tribbiani ตัดสินใจลุยเดี่ยว บินลัดฟ้าสู่ลอสแอนเจลิส ด้วยความหวังที่จะก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพนักแสดง ถือเป็นเนื้อเรื่องที่นำเสนอการผจญภัยครั้งใหญ่ที่เขาต้องพบเจอกับเรื่องราววุ่นวายมากมาย และถึงแม้จะเหลือตัวละครโจอี้ให้ใช้งานเพียงแค่คนเดียว แต่ก็ต้องยอมรับว่าพล็อตเรื่องมีความน่าสนใจไม่น้อย และน่าจะพอดึงดูดฐานแฟนคลับ Friends ที่มีอยู่จำนวนมหาศาลให้มาดูภาค Spin-Off นี้ได้บ้าง จุดเริ่มต้นของภาคนี้ได้กระแสตอบรับค่อนข้างดีแต่ในเวลาต่อมาโจอี้กลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า เพราะถึงแม้ในตอน Pilot ที่ออกอากาศหลังตอนสุดท้ายของ Friends เพียงไม่กี่เดือนจะเปิดตัวสวยด้วยอดผู้ชมกว่า 18.55 ล้านคน แต่ยิ่งนานวันเข้ายอดก็ลดลงเรื่อยๆ จนเหลือเฉลี่ยเพียงแค่ตอนละ 6-7 ล้านคนเท่านั้น อีกทั้งในแง่คำวิจารณ์ยังโดนสับเละแบบไม่มีชิ้นดี ทำให้สุดท้ายทางช่อง NBC ก็ตัดสินใจถอดโจอี้ออกจากโปรแกรมในซีซั่นที่ 2 ทั้งๆ ที่ยังเหลืออีก 8 ตอนที่ยังไม่ได้ออกอากาศ เรียกได้ว่าถึงตอนนี้คนส่วนใหญ่แทบจะจำไม่ได้แล้วว่า Friends เคยมีภาค Spin-Off ด้วย บทความนี้จึงหยิบยกสาเหตุของความล้มเหลวในภาคนี้ว่ามีอะไรผิดแปลกไปจากสิ่งที่ผู้จัดตั้งใจไว้ และเพราะอะไรถึงทำให้ผู้ชมต่างพากันวิจารณ์จนเป็นตำนานที่แตกต่างจากซีซั่นแรกโดยสิ้นเชิง

Joey (2004-2006)
ครึ่งแก้วที่หายไป
ถึงแม้โจอี้จะเป็นตัวละครที่ผู้ชมรัก เพราะเขาคือตัวเรียกเสียงฮาประจำกลุ่มที่มักจะมาพร้อมกับมุกตลกเสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอีกมุมหนึ่งมิติตัวละครนี้ค่อนข้างตื้นเขินหากเทียบกับเพื่อนคนอื่นๆ เพราะในขณะที่ผู้ชมได้เห็นการเติบโตตามช่วงวัยของ Rachel, Ross, Monica และ Chandler แต่ตลอดทั้ง 10 ซีซั่นของ Friends โจอี้เป็นตัวละครที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เขาเริ่มต้นซีซั่น 1 ของ Friends ด้วยบุคลิกตัวละครที่ไม่ฉลาดนัก เหมือนเด็กที่โตแต่ตัว ตามบทสนทนาของคนอื่นๆ ไม่ค่อยทัน จนกลายเป็นมุกตลกประจำตัว มีอาชีพเป็นนักแสดงปลายแถว และเมื่อผ่านไป 10 ปี ในตอนสุดท้ายของ Friends เขาก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ ด้วยมิติตัวละครที่ตื้นเขินเช่นนี้ เมื่อเขาต้องรับบทนำคนเดียวโดยไม่มีเพื่อนทั้ง 5 อยู่รอบๆ ทำให้ความน่าสนใจของโจอี้จึงดูลดลง จากตัวเรียกเสียงฮาประจำกลุ่มกลายเป็นชายวัยกลางคนที่ไม่รู้จักโตที่เล่นมุกไม่ดูกาลเทศะเอาเสียเลย
ทั้งนี้ Matt LeBlanc นักแสดงผู้รับบทโจอี้เองก็ยังได้กล่าวถึงความยากลำบากของตัวละครในซีซั่นนี้ไว้ด้วยว่า “ในเรื่อง Friends โจอี้เหมือนแก้วที่มีน้ำอยู่ครึ่งหนึ่งและมีเพื่อนๆ มาเติมเต็มในส่วนนั้น แต่ซีซั่นนี้เขากลับไม่เคยถูกเติมเต็มอีกเลย เขาว่างเปล่า และมันคือเรื่องที่น่าเศร้า” ซึ่งคำพูดดังกล่าวของเขาแสดงให้เห็นว่่า Friends ในซีซั่นนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากอารมณ์ขันและมุกตลกในแบบฉบับโจอี้ ช่วง 5 นาทีแรกมันอาจจะยังสร้างความสนุกได้ แต่รับประกันได้ว่าหลังจากนั้นจะต้องเกิดความน่าเบื่อขึ้นแน่นอน

Joey (2004-2006)
ไม่ใช่ Joey คนเดิม
ตัวละครโจอี้อาจจะดูไม่น่าดึงดูดเท่าไรนักเมื่อไม่มีเพื่อนๆ รุมล้อม แต่มันก็อาจจะพอรับไหวหากโจอี้ในซิตคอมคือคนเดียวกับที่เคยรู้จักใน Friends แต่ความจริงคือพวกเขาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงราวกับเป็นคนละคน เพราะ Joey Tribbiani ที่ทุกคนเคยรู้จักใน Friends อย่างน้อยก็มีเสน่ห์และความเท่ในแบบฉบับของเขาอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกเล่นในการจีบสาวที่แพรวพราวซึ่งได้ผลอยู่เสมอ หรือการเป็นคนที่เพื่อนๆ รัก แต่ในซิตคอมเรื่อง Joey เขากลับเป็นคนที่ไล่ปล่อยมุกเฝื่อนๆ ใส่ผู้หญิง และมันก็แทบไม่เคยได้ผล อีกทั้งยังดูเป็นเด็กไม่รู้จักโต ไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันที่คบด้วย ส่วนหน้าที่การงานก็ดูจะตกต่ำกว่าใน Friends เสียอีก ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชมจะไม่รู้สึกเอาใจช่วยเขาในซิตคอมเรื่อง Joey เพราะพวกเขารู้สึกว่านั่นไม่ใช่คนที่พวกเขาเคยรู้จักและสนิทสนมด้วยอีกต่อไป

Joey (2004-2006)
ไม่มีสิ่งที่แฟนๆ รอคอย
ถึงแม้ซีรี่ส์จะชื่อ Joey แต่ไม่ว่ายังไงผู้ชมก็หวังที่จะได้เห็นเพื่อนๆ อีก 5 คนของเขาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะรับเชิญแบบสั้นๆ หรือผ่านมาให้เห็นสักเล็กน้อยก็ยังดี กระนั้นทุกคนก็ต้องผิดหวัง เพราะทีมผู้สร้างซิตคอมเรื่องนี้เลือกที่จะทำให้ตัวตนของเพื่อนทั้ง 5 คนของโจอี้เลือนหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ เขาแทบไม่เคยเอ่ยถึง หรือแม้แต่จะมีฉากโทรศัพท์คุยกับเพื่อนเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาคือเพื่อนสนิทที่พบเจอกันทุกวันยาวนานนับ 10 ปี สิ่งนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าซิตคอม Joey นั้นทำลายมิตรภาพที่เคยมีใน Friends ไปทั้งหมดและเป็นอีกเหตุผลที่ภาค Spin-Off ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

Joey (2004-2006)
เคมีที่ไม่เข้ากัน
ความสุดยอดของ Friends คือการสร้างหนึ่งในเคมีระหว่างนักแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์ บทสนทนาในเรื่องจึงลื่นไหลเป็นธรรมชาติเหมือนสิ่งที่เพื่อนพุดคุยกันในชีวิตจริง สิ่งนี้ทำให้ตัวละครนำทั้ง 6 ไม่มีใครกลบรัศมีใคร ทุกคนมีตัวตนที่ชัดเจน และมันจะเป็นฉากที่สนุกที่สุดเมื่อเป็นฉากที่ทั้งหมดอยู่กันพร้อมหน้า แต่ใน Joey นั้นแตกต่างออกไป เพราะโจอี้ที่ไม่มีเพื่อนอีก 5 คนอยู่ข้างๆ ก็เหมือนรถยนต์ที่ไม่มีเครื่องยนต์และน้ำมัน มุกที่เคยเรียกเสียงหัวเราะได้ก็ไม่ตลกอีกต่อไป ถึงแม้ทีมผู้สร้างจะพยายามปั้นกลุ่มนักแสดงนำอีกชุดขึ้นมาแต่ด้วยเคมีที่ไม่เข้ากัน บทสนทนาจึงดูไม่เป็นธรรมชาติ ยิ่งดูไปเท่าไรผู้ชมก็มีแต่จะคิดถึงเพื่อนเก่าทั้ง 5 คนของโจอี้มากขึ้นเท่านั้น

Louis Vuitton x UNICEF ฉลองความร่วมมือครบรอบ 10 ปี ด้วยโปรเจกต์พิเศษระดับโลก!

ภาพยนตร์สายลับที่รวมนักแสดงหญิงระดับท็อปทำรายได้ต่ำกว่าที่คาดเพราะสถานการณ์ 'โอมิครอน'

