FASHION

Marcus Rashford ชายผู้ที่โว้กอังกฤษกล่าวยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษช่วยเหลือเด็กอดอยากยามโควิด!

นักฟุตบอลจากเมืองแมนเชสเตอร์ผู้ผลักดันโครงการช่วยเหลือให้กับเหล่าเด็กผู้หิวโหยโดยเพราะอย่างยิ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

     สุดยอดฮีโร่อาจไม่ใช่เทวดามีปีก ขี่สัตว์ในเทพนิยาย หรือสวมหน้ากากผ้าคลุมปกปิดใบหน้า คำว่า “วีรบุรุษ” หรือ “วีรสตรี” เกิดจากผลความดีอันยิ่งใหญ่ที่ทำประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม วันนี้ทางประเทศอังกฤษและโว้กอังกฤษเองกำลังพุ่งเป้าความสนใจกับ Marcus Rashford นักฟุตบอลสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่กล่าวเป็นวีรบุรุษของชาวสหราชอาณาจักรไปเป็นที่เรียบร้อยจากการช่วยเหลือเรื่องความอดอยากของเหล่าเด็กในประเทศ แต่เรื่องราวมันดราม่ากว่านั้นมากเมื่อโครงการอันน่าเอาใจช่วยของเขากำลังจะถูกยกเลิก โลกแห่งความจริงกำลังจะทำให้อัศวินที่สู้เพื่อความอยู่รอดของคนอื่นต้องถอดใจ แต่เขาเลือกจะยอมแพ้และสู้เพื่อเด็กเหล่านั้นต่อไป

Marcus Rashford ในโว้กอังกฤษฉบับเดือนกันยายน / ภาพ: Ron Timhine - VOGUE UK

     มีรายงานว่าสภาสามัญชนโหวตประเด็นเรื่องการช่วยเหลือต่อของมาร์คัสตกไปในวันที่ 21 ตุลาคม ช่วงเวลาที่ผ่านมาระหว่างการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นักฟุตบอลฝีเท้าเยี่ยมได้แสดงให้เห็นว่าเขาทำดีได้ทั้งในและนอกสนาม เขากลายเป็นผู้ผลักดันให้คนเล็งเห็นถึงปัญหาความยากไร้โดยเฉพาะในเด็ก แต่เมื่อสภาโหวตเรื่องการช่วยเหลือในภาคต่อตกลง มาร์คัสรู้แล้วว่าต้องสู้และเขาก็เลือกจะสู้ต่อตามกระบวนการ เขาไม่ปล่อยให้เครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษที่ติดตัวเขาต้องเสียเปล่า เขารักษาเกียรติด้วยการไม่ปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้นและแย้งจนถึงที่สุด เพราะโครงการที่เขาตั้งมั่นสร้างมาด้วยความตั้งใจเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมจะตกไปไม่ได้ คนที่รอความจำเป็นกำลังลำบาก...เขาต้องสู้

Marcus Rashford กับลุคขณะทำหน้าที่นักฟุตบอลตัวหลักให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / ภาพ: GOAL

     มาร์คัสไม่ยอมให้เด็กต้องใช้ชีวิตลำบากตรากตรำเหมือนดั่งที่เขาต้องเผชิญตอนเด็ก เขาไม่ใช่นักการเมือง ไม่ได้มพื้นที่สำหรับเสนอปัญหาเข้าส่วนกลาง แต่เขากลับมีชื่อเสียงและใช้มันให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมนอกสภา “มันไม่โอเคก็ต้องเปลี่ยนแปลง” มาร์คัสพูดแบบนี้เสมอ ตั้งแต่การโหวตตกแคมเปญช่วยเหลือเขาก็ไม่ย่อท้อทำโดยที่ไม่สนใจรัฐ ชายหนุ่มผู้เข้าใจอกเข้าใจความยากลำบากเลือกจะทำโดยเริ่มจากตัวเอง ไม่ให้คำโหวตตัดสินมาลดทอนคุณค่าความตั้งใจของเขาลง และแล้ววันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่าน Boris Johnson นายกรัฐมนตรีต่อสายตรงคุยกับนักฟุตบอลใจบุญรายนี้โดยตรง และมาร์คัสได้โอกาสเสนอไอเดียว่าโครงการนี้จะช่วยเยียวยาความอดอยากให้กับเด็กได้ถึง 1.7 ล้านคน เขาย้ำชัดว่า “ผมจะสู้เพื่อสิ่งนี้ไปตลอดชีวิต มันอยู่ในความคิดผมตลอดเวลา ไม่มีเด็กคนไหนควรพบเจอกับความหิวโหย” ใช่โครงการจะสำเร็จได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าไม่เริ่มลงมือและมีคนเข้าอกเข้าใจประเด็นปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงมีเป้าประสงค์ในการช่วยเหลือทุกอย่างก็ไม่แม้แต่จะ “เริ่ม” วันนี้เขาคู่ควรแล้วกับเกียรติที่คนให้เกียรติสรรเสริญเพราะเขาลงมือทำจริงๆ “มาร์คัส แรชฟอร์ด”

คีย์เวิร์ด: #COVID-19