FASHION

'กรุงเทพฝนตก = นรกบนดิน' เจาะลึกกับสถาปนิกสาวผู้สร้างผลงานสะท้อนชีวิตลำเค็ญในเมืองหลวง

เมื่อฝนตกชีวิตต้องเปียกปอนเละเทะแบบไม่มีใครสน แต่ความงามชุดนี้สะท้อนให้คนตระหนักได้มากกว่าที่คุณคิด

     ช่วงฝนตกคือช่วงเวลาแห่งความยากลำบากสำหรับทุกคน คนในกรุงเทพในทุกระดับชนชั้นต้องเผชิญกับปัญหาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่รถติด สัญจรไม่ได้ ไม่สามารถซื้อหาของกินของใช้ได้สะดวก ไปจนถึงความเลวร้ายของฝนที่พัดพรากปัจจัยการดำรงชีวิตพื้นฐานต่างๆ ไป ซึ่งสิ่งนี้ถูกสะท้อนออกมาเป็นงานเขียนและงานศิลปะหลากหลายแขนงเสมอ นั่นคงอธิบายได้อย่างดีว่าเมื่อช่วงต้นค่อนกลางเดือนตุลาคมมีอัลบั้มหนึ่งชุดเปรียบว่า “กรุงเทพยามฝนตกคือนรกบนดิน” จึงกลายเป็นมินิอัลบั้มสุดไวรัลที่มีคนแชร์มากกว่า 5,000 ครั้งบนเฟสบุ๊ก โว้กได้มีโอกาสเข้ากับเจ้าของผลงานชิ้นนี้ เธอคือใครและกำลังคิดอะไรอยู่ หาคำตอบได้ในบทความนี้เลย

     ก่อนอื่นใดเรามาทำความรู้จักกับเจ้าของกันก่อน กำปุ๊ง-ปองณภัค ฟักสีม่วง บัณฑิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอนนี้ดำรงอาชีพเป็นภูมิสถาปนิกและช่างภาพอิสระรังสรรค์ผลงานเชิงสร้าง เธอมีมุมมองต่อกรุงเทพที่มองเป็นแบบ “Functional City” หากผู้คนไม่ได้ต้องการหาอาชีพหรือโอกาสด้านต่างๆ อย่างเข้มข้นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่กรุงเทพขนาดนี้ แนวคิดนี้ผนวกกับความชอบส่วนตัวด้านศิลปะทุกรูปแบบ หาแรงบันดาลใจให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา จุดนี้คงรู้กันแล้วว่าพื้นฐานของงานศิลปะถูกมองผ่านกรอบแว่นตามองกรุงเทพตามความจริงทางสังคม ไม่ได้ Romanticize ให้เมืองหลวงอย่างกรุงเทพสวยงามเกินความเป็นจริงเหมือนงานศิลปะเซอร์เรียลเชิงส่งเสริมความงดงามแน่นอน

     พอเราได้คุยกับกำปุ๊งมาสักพักก็มาถึงเรื่องปัญหาฝนตกซึ่งเธอกล่าวว่า “ช่วงปี 1 มีการงดเรียนหลายครั้งเพราะวิกฤติน้ำท่วม ตอนนี้ผ่านมานานหลายปีดูเหมือนมันจะแย่ลงเรื่อยๆ” และเธอยังย้ำด้วยว่า “เข้าใจว่าปัญหาแก้ไม่ได้ในหลักวันหรือไม่กี่เดือน แต่ตอนนี้มันก็เกือบ 10 ปีแล้ว อย่างน้อยปัญหาควรจะดีขึ้น” จุดนี้เป็นต้นตอประกายในใจให้เธอเริ่มมองถึงปัญหาใหญ่ด้านนี้ในกรุงเทพ และแล้วมินิอัลบั้มจึงเกิดขึ้น “Bangkok in the rain = Hell on earth” คือชื่ออัลบั้ม 5 ภาพที่เรากำลังพูดถึง เธอเผยว่า “ตอนนั้นกำลังเลิกกอง ฝนตกหนักมาก ปกติชอบแสงไฟกลางคืนอยู่แล้ว ตอนนั้นรถติดมากเลยหยิบกล้องมาถ่าย” จุดเริ่มต้นง่ายๆ แต่กลายเป็นงานชิ้นสำคัญที่คนทั่วโลกออนไลน์ได้เห็นผ่านตาและแชร์ต่อกันหลายพันครั้ง

     ยิ่งคุยผู้เขียนก็ยิ่งรู้สึกร่วมไปกับสาวติสท์คนนี้ ยิ่งอยากรู้ถึงที่มาการเปรียบเทียบกรุงเทพยามฝนตกเท่ากับนรกบนดิน เราล้วงลึกไปถึงความรู้สึกกำปุ๊งจนเธอเผยเบื้องลึกในใจว่า “ตอนเราถ่ายภาพรถไม่ขยับเลย เราเห็นคนเดินตากฝน ลุยน้ำ คิวรถตู้ยาวเหยียด ยาวจนเราจินตนาการไม่ได้เลยว่าพวกเขาจะถึงบ้านกันเมื่อไหร่ เราเองอยู่บนรถอยากเข้าห้องน้ำก็ทำไม่ได้แม้จะแวะปั๊ม เพราะน้ำมันท่วมสูงเลยฟุตบาทไปอีก” มันไม่ใช่แค่เรื่องภายนอกแต่มันยังหมายถึงพลังงานภายใน “เรารับพลังงานด้านลบจากผู้ประสบปัญหาฝนตกเยอะมากในวันนั้น เป็นคืนวันศุกร์ที่ยากลำบาก” เธอระบายความอัดอั้นพร้อมปิดท้ายว่า “จากเหตุการณ์และความรู้สึกทั้งหมดวันต่อมาเราจึงโพสต์ภาพชุดนี้ค่ะ และภาพสุดท้ายเป็นสีแดง จริงๆ ไม่ใช่ภาพไม่ใช่สีแดงนะคะ แต่มันเป็นวิธีในการแสดงความโกรธแค้น”

     กำปุ๊งไม่ใช่หญิงสาวผู้สะท้อนอารมณ์ผ่านภาพถ่ายและทิ้งให้เรื่องราวมันจบไป แต่เธอยังมีความคิดย้อนลึกไปถึงรากของปัญหา ด้วยความถนัดเชิงสถาปัตยกรรมออกแบบภูมิศาสตร์ เธอกล่าวว่า “กรุงเทพมีพื้นที่น้อยมาก สมัยเรียนเราถูกสอนให้วิเคราะห์สภาพแวดล้อม สร้างผลกระทบต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด มันควรจะเป็นแบบนั้น” เธอยังแตะไปถึงปัญหาสังคมอย่างร้านค้าข้างทางโดยระบุว่า “ขยะถูกทิ้งลงในท่อระบายน้ำเกิดเป็นปัญหาน้ำอุดตัน หลายคนอาจมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตอนนี้มันไม่ใช่จุดที่เราคอยให้ความรู้ เพราะเรามองว่าคนมีความรู้เรื่องนี้กันมากขึ้นแล้ว แต่ปัญหามันยังอยู่เพราะยังไม่ค่อยมีใครลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจังค่ะ”

     การสร้างความตระหนักผ่านถ้อยคำและความสวยงามคือความน่าสนใจของนรกกรุงเทพ ภาพชุดนี้เธอระบุว่ามันนำเสนอทั้ง 2 ด้านทั้งปัญหาและความงดงามที่ส่องสว่างสดใสอยู่เสมอ “ภาพมันเข้าถึงคนได้ง่าย ใต้ความงามเหล่านั้น เพราะพวกเขาเข้าใจและประสบมา ปัจจุบันปุ๊งพยายามคิดและหาความรู้เพิ่มเติมโดยต่อยอดจากสิ่งที่เราเคยเรียนมาและสิ่งที่เราทำได้ เพื่อที่จะแสดงออกไปในทางที่คนจะสนใจรับ ปุ๊งชอบวิธีที่คนทำหนังเพื่อให้ความรู้คน หรือเขียนเพลงเพื่อให้คนตระหนัก ตอนนี้ปุ๊งก็กลับมามองตัวเองเหมือนกันว่าเราทำอะไรได้บ้าง” นี่คือมุมมองจากสถาปนิกผู้ส่งทอดอารมณ์ความลำบากจากปัญหาเดิมๆ ในกรุงเทพ สุดท้ายหญิงสาวผู้ตระหนักถึงปัญหากล่าวปิดการสนทนากับแฟนโวกว่า “อยากฝากถึงทุกคน คนที่มีปัญหาเราอยากให้ทุกคนก้าวข้ามความกลัวไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม อยากให้ทุกคนคิดเสมอว่าเรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้หากเรามองและแก้ปัญหาถูกจุด และขอบคุณทุกคนที่แชร์และสนับสนุน” สามารถติดตามผลงานอื่นๆ ของเธอได้ที่ gumpoongseyes และ https://www.gumpoongphotography.com/