จากอดีตครูสอนภาษาไทยสู่การเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ฮอตที่สุดจากหลายบทบาทที่เขาได้รับ ไม่ว่าจะเป็นจิ่งนะใน 'วิมานหนาม' รวมถึงพ่อครูภรัณใน 'เขมจิราต้องรอด' 'เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย' ในฐานะนักแสดงเลือดใหม่ตั้งใจที่จะขับเคลื่อนความหลากหลายผ่านผลงานที่เขาได้รับ เพื่อสร้างเส้นทางใหม่ๆ ให้กับวงการบันเทิงต่อไป

“เป็นเรื่องธรรมดาที่พอเราอยู่ในที่แจ้งคนก็จะคาดหวังในตัวเรา มุมมองของแต่ละคนที่มองเราก็จะแตกต่างกัน”
“เก่งมองว่าเสรีภาพในการทำคอนเทนต์มีสองด้าน การที่เราสามารถทำคอนเทนต์แล้วคนเห็นเราก็เหมือนเราอยู่ในแสงสว่าง ทำให้เรามีตัวตนในหน้าสื่อหรือมีตัวตนในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะปัจจุบันทุกคนมีอาชีพหลัก อาชีพรอง เก่งจึงมองว่าการสร้างสรรค์คอนเทนต์สามารถสร้างอาชีพให้คนได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งเราต้องรู้ตัวเอง เป็นเรื่องธรรมดาที่พอเราอยู่ในที่แจ้งคนก็จะคาดหวังในตัวเรา มุมมองของแต่ละคนที่มองเราก็จะแตกต่างกัน ส่วนตัวเก่งมองว่าการสร้างคอนเทนต์ในยุคนี้ทำให้เรามีฐานแฟนคลับมากขึ้น แต่บางสิ่งบางอย่างเราก็ต้องปล่อยวางเพื่อไม่ให้มันกระทบกับการใช้ชีวิตของเรา”
ในฐานะที่เป็นนักแสดงที่รับบทบาทที่นำเสนอความหลากหลาย เก่งมองว่าเขาเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่กำลังต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ของเรื่องนี้ “รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาในคอมมูนิตี้นี้ ตอนนี้นักแสดงไทยไม่ว่าจะอยู่ในมิติไหน ทั้งเกิร์ลเลิฟ บอยเลิฟ หรือละครไทยก็ตามเรากำลังก้าวไปอีกระดับหนึ่งที่ตอนนี้ทุกประเทศกำลังจับตามอง เรากำลังขยายฐานและเติบโตขึ้นอย่างมาก เก่งอยากให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน อยากให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่สามารถสร้างเม็ดเงินและซอฟต์พาวเวอร์ได้”
ส่วนตัวแล้วเก่งมองว่าการขับเคลื่อนเรื่องความหลากหลายหรือการสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพสู่วงกว้างนั้นไม่ได้จำกัดเพียงแค่เรื่องความสัมพันธ์หรือเนื้อหาในละคร แต่เขาต้องการขับเคลื่อนไปถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายเช่นกัน “เก่งมีแกนหลักที่ยึดไว้ตลอดคือเก่งจะไม่ลืมว่าเรามาจากที่ไหน และเก่งรักความเป็นไทยมากๆ ถ้าย้อนไปดูทุกเรื่องที่เก่งแสดงจะเชื่อมโยงกับความเป็นไทยทั้งหมด อย่างตอนที่แสดงเรื่อง วิมานหนาม ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเรามีคุณค่ามากๆ ที่สามารถเป็นกระบอกเสียงหรือเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องสมรสเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พอมาเรื่อง เขมจิราต้องรอด เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่เด่นในเรื่องของวัฒนธรรมอีสานมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ทุกคนไปเที่ยวตามรอยของพวกเรารวมถึงไปดูคอนเสิร์ตด้วยชุดไทยประยุกต์ เหล่านี้ทำให้เห็นชัดว่าความเป็นเก่งหรือเก่ง-น้ำปิงนั้นมีคุณค่ามากๆ กับความเป็นไทยในมุมต่างๆ นั่นคือการขับเคลื่อนเรื่องความหลากหลายในมุมมองของเก่ง”

เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย
จากบทเขมจิราในซีรีส์เรื่อง 'เขมจิราต้องรอด' น้ำปิงถูกจับตามองในฐานะนักแสดงดาวรุ่งรุ่นใหม่ ความใฝ่ฝันอยากจะเข้าสู่วงการบันเทิงสำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่าง 'น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง' ดูจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก แต่เมื่อเขาได้เข้ามาทำงานในช่วงที่กำลังมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย งานของเขาจึงไม่ใช่แค่การแสดง แต่เป็นหนึ่งในคนที่ช่วยทำให้สังคมเปิดใจในการรับรู้เรื่องราวของคนที่มีความแตกต่างและความหลากหลายผ่านผลงานของตัวเขาเอง

“ในสังคมของเรามีความหลากหลายอยู่ และ ความหลากหลายนั้นค่อยๆ ทลายอคติบางอย่างลง”
“ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สังคมกำลังเปิดกว้างในการสร้างคอนเทนต์อย่างเสรี ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในวงการต่างๆ ช่วยให้เราเห็นโลกที่กว้างขึ้น เช่น บางครั้งเราจะเห็นคอนเทนต์ที่มาจากผู้เชี่ยวชาญไปจนถึงคนชายขอบที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ทั้งเรื่องราวในพื้นที่หรือแม้แต่เรื่องราวที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามีอยู่ในโลก เสรีภาพที่เปิดกว้างขึ้นคือการส่งเสริมความหลากหลายทางสังคมได้ดีมาก รวมถึงสร้างรายได้และอาชีพให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย”
น้ำปิงมองว่าเรื่องความหลากหลายในวงการบันเทิงนั้นมีการเปิดกว้างอย่างเสรี ส่วนตัวเขามองว่าเป็นการเปิดทางให้กับคนรุ่นหลัง “การขับเคลื่อนความหลากหลายที่เกิดขึ้นนั้นสำคัญกับผมและทุกคน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนการที่จะผลิตคอนเทนต์อะไรออกมาต้องผ่านการอนุมัติและการคัดกรอง แต่สมัยนี้คอนเทนต์ถูกผลิตขึ้นจากอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็กๆ หรือคนทั่วไป ผมมองว่าตรงนี้เป็นข้อดีมากๆ ที่เราสามารถดูคอนเทนต์ได้จากคนหลายกลุ่ม สังคมเราค่อยๆ ทลายกรอบและเปิดรับความหลากหลายนี้มากขึ้น ซึ่งทำให้คนเริ่มตระหนักรู้ถึงสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมของทุกเพศ เป็นสัญญาณที่ดีว่าคนเจเนอเรชันก่อนนี้มาจนถึงคนยุคนี้และคนรุ่นหลังต่อจากเราจะได้รู้ว่าเรากำลังเดินมาถูกทางแล้วและตัวของพวกเขาเองจะได้มีพื้นที่ที่พร้อมจะเปิดรับตัวตนที่หลากหลายในยุคของเขา”
ส่วนตัวของน้ำปิงเองก็ใช้ความเป็นนักแสดงช่วยขับเคลื่อนในเรื่องนี้เช่นกัน “ในสังคมของเรามีความหลากหลายอยู่และความหลากหลายนั้นค่อยๆ ทลายอคติบางอย่างลง อย่างเช่น เขมจิราต้องรอด เป็นอีกเรื่องที่คนไม่เคยดูซีรีส์แนวบอยเลิฟเปิดใจมาดู คนทั่วไป คุณตา คุณยาย ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ แต่รวมถึงต่างจังหวัด เขาได้เห็นว่ามีชีวิตของคนแบบนี้อยู่นะ ในเรื่องมีการสอดแทรกเรื่องราวของการสมรสเท่าเทียมหรือเรื่องอื่นๆ และเราเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ออกไป พร้อมกับฉายภาพนี้ให้ค่อยๆ กลายเป็นภาพที่ธรรมดามากขึ้น ซึ่งอาจไม่ได้ก่อประโยชน์ในทางตรงหรือสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจนหรือรวดเร็ว แต่ในแง่ของความรู้สึกหรือการเปิดใจนั้นคิดว่าตอนนี้มีการเปิดกว้างมากขึ้น คนที่อยู่ในเจเนอเรชันนี้ไม่ซุกปัญหาไว้ใต้พรมอีกแล้ว เราถกเถียงกันได้อย่างเสรีบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์เพื่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา”

น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง
Vogue Pride Month | ‘มิว-ศุภศิษฏ์’ ว่าด้วยความหลากหลาย เสรีภาพ และความเป็นธรรมชาติของมนุษย์
Vogue Pride Month | 'มิกซ์-เฉลิมศรี' และ ‘บุ๊ค-ธีรชยา’ ว่าด้วยการยอมรับและมองเห็นคุณค่าในตัวเอง
Vogue Pride Month | ‘เกรซ-นวรัตน์’ ว่าด้วยความหลากหลาย การยอมรับ และการอยู่ร่วมกัน
Vogue Pride Month | ‘นิว-ฐิติภูมิ’ ว่าด้วยความหลากหลาย เสรีภาพ และการก้าวข้ามกรอบ
